Generation Gap ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยินคนบ่นถึง Generation Gap หรือช่องว่างระหว่างวัยในสังคมไทยกันให้ได้ยินบ่อยๆครั้ง

เพื่อนๆที่มีลูกโตย่างเข้าสู่วัยรุ่นหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทุกวันนี้ ลูกเต้าไม่ค่อยจะยอมคุยกับพ่อแม่ นั่งโต๊ะกินข้าวด้วยกันก็เอาแต่ก้มหน้าเล่นมือถือ คุยกับเพื่อน เล่มเกม ดูหนัง

พอไปที่ทำงานเจอลูกน้องเด็กๆ สื่อสารกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ถามความเห็น ให้คุยให้สรุปอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ไม่แคล้วที่จะต้องมึนงง ราวกับคุยกันคนละภาษา

บางคนอดโทษไม่ได้ว่า เพราะเจ้าเทคโนโลยีต่างๆนี่แหล่ะ ที่กำลังจะทำให้เกิด Generation Gapโดยลืมไปว่า ยังมีอีกหลายสิ่งในโลกที่หมุนไปทุกวี่วันของเรานี่แหล่ะ ที่เป็นปฏิกิริยาเร่งให้เกิดช่องว่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาวะทางเศรษฐกิจ ที่ทุกคนต้องต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรอันมีจำกัดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัญหาเรื่องการจราจร ที่ลดทอนเวลาและงบประมาณส่วนตัวของทุกคนไป ส่งผลกระทบต่อเวลาที่มีให้คนทางบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

สุดท้ายคือความเป็นอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวที่มีมากขึ้น ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดช่องว่างระหว่างวัยในสังคมไทย

หลายครอบครัวต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาทำงานในกรุง ลูกหลานที่สอบแข่งขันได้มาเรียนในเมืองหลวงก็ต้องแยกกันอยู่ สังคมไทยเลยไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่เหมือนในอดีตอีกต่อไป

แต่ลองมองอีกมุม ถ้าคิดไปคิดมาแล้วเห็นว่าอาจจะเป็นกังวลกันจนเกินไป ลองมองย้อนกลับสมัยเราเป็นเด็ก ถึงเวลาอาหารก็ต้องให้คุณพ่อคุณแม่ตะโกนเรียกลงมารับประทานด้วยเหมือนกันนะครับ จำได้มั้ยเอ่ย? แล้วใครโดนดุว่าอย่าดูทีวีอย่างเดียว กินข้าวด้วย

มันคือช่วงเวลาที่อยากจะมีอิสระเป็นของตนเอง เหมือนเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เช่นเดียวกัน สมัยเราวัยรุ่นใส่กางเกงยีนส์ลายหินแตก ฟังเพลงพี่ป้อม อัสนี หรือพี่หนุ่ย อำพล ไมโคร คุณพ่อคุณแม่ที่ไหนไม่ทำหน้าแปลกๆบ้าง มันก็เป็นเหมือนเรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ เพียงแต่ต่างยุคสมัยต่างตัวละคร เราก็ต้องพยายามเข้าใจเขาเหมือนสมัยรุ่นพ่อแม่พยายามเข้าใจเราเหมือนกัน

ถ้าหากจะดันทุรังมองแต่ในแง่ลบ มันก็ยังมีช่องว่างอื่นอีกหลายอย่างนะครับ เช่น ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ช่องว่างระหว่างคนเมืองกับชนบท ความแตกต่างระหว่างชนชั้น ช่องว่างระหว่างอาชีพ แบ่งแยกอภิสิทธิ์ชนกับคนธรรมดา คนต่างชาติกับคนไทย ภูมิภาคไหนๆกับท้องถิ่นของเรา

เขาเรียกว่ามองแบบแบ่งเขาแบ่งเรา ยังไงมันก็ชวนทะเลาะไม่จบ มันจะมีปัญหาอยู่ร่ำไป เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นภาพ เห็นความแตกต่าง ลองพยายามเข้าใจและปรับตัวเข้าหากัน พยายามสื่อสารให้ง่ายและชัดเจนเพื่อลดช่องว่าง เพิ่มความรักความห่วงใยที่มีให้กัน สุดท้ายชีวิตอาจจะง่ายขึ้นบ้างครับ.