บริหารเงินแบบชีวิตคู่ ยังไงไม่ให้พังทั้งครอบครัว และ การเงินส่วนตัว

ช่วงปลายปี เป็นช่วงที่หลายคนเริ่มต้นชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว ฤกษ์งามยามดีของการเปลี่ยนสถานะจากแฟนเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการสักที

การวางแผนการเงินก่อนแต่งงานอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังถือเป็นเรื่องที่ต้องมีการวางแผนการเงินในระยะสั้น ถึงระยะกลาง แต่เรื่องการวางแผนการเงินหลังแต่งงานต่างหาก คือเรื่องการวางแผนระยะยาวที่ต้องมีการวางร่วมกัน และ ต้องมีการสร้างวินัย และข้อตกลงที่ชัดเจน

จากประสบการณ์ของคนรอบตัวที่ผ่านมา มักจะมีสูตรการใช้เงินในครอบครัวอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ นั่นคือ

รูปแบบแรก  ชีวิตคู่ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว มีอะไรหารสอง 

รายได้ รวมกัน และทำการบริหารจัดการ รายจ่ายทั้งหมดในบ้านร่วมกัน ซึ่งรายจ่ายของทั้งครอบครัวจะมี ค่าใช้จ่ายอยู่ 3 ส่วน นั่นคือ ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนของค่าใช้จ่ายส่วนตัวบุคคล ส่วนของเงินออม เงินลงทุน หรือ ประกันชีวิตของคนในครอบครัว  แล้วให้ฝ่ายหญิง หรือฝ่ายชาย ใครคนใดคนหนึ่งบริหารเงิน รูปแบบการบริหารเงินแบบนี้มักเกิดกับคนที่ฝ่ายหนึ่งไม่มีวินัยเรื่องการเงิน ไม่สามารถวางแผนการใช้ หรือ การจ่ายสิ่งต่างๆ ได้ ทำให้ต้องเป็นฝ่ายหนึ่งที่ดูแลเรื่องการเงิน ทั้งส่วนตัวของทั้งสองคน และ ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง  ถือเป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เพื่อให้การบริการเงินชัดเจน และ รู้รายรับรายจ่ายของบ้านที่แน่นอน

รูปแบบที่สอง คือ การแบ่งส่วนเงินกองกลาง จากรายได้ของทั้งสองคน

โดย ทำข้อตกลงกันว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เราต้องกิน และใช้ร่วมกัน ในบ้าน ทั้งค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ หรือ ค่าเงินฉุกเฉินของครอบครัวที่เป็นกองกลางเก็บร่วมกัน  และส่วนที่เหลือจากเงินเดือน หรือ รายได้ของแต่ละคน เป็นส่วนที่ไว้สำหรับเป็นงบประมาณส่วนตัวในการใช้จ่ายอิสระ การวางแผนแบบนี้ข้อดีคือ ทำให้ชีวิตคู่ไม่ผูกมัด หรือ ขาดอิสระในตัวเองมากจนเกินไป การเอารายได้ทั้งหมดรวมกันแล้วหารสองอาจจะทำให้เกิดความอึดอัด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หาได้มาก และ อยากใช้เงินมาก โดยที่อีกฝ่ายอาจจะไม่เห็นด้วย

รูปแบบที่สามคือ การแบ่งความรับผิดชอบตามประเภทค่าใช้จ่าย โดยที่ไม่เอาเงินรายได้ของทั้งสองคนมารวมกัน

ฝ่ายชายออกค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ  เช่น ค่าผ่อนบ้านรายเดือน ฝ่ายหญิงเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายจิปาถะของบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าอินเตอร์เน็ต

หรือ เมื่อมีลูก ค่าเทอมของลูกจะเป็นหน้าที่การบริหารจัดการของฝ่ายชาย แต่ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน ต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง

แต่อย่างไรก็ตามควรมีเงินกองกลางที่ออมไว้ร่วมกัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของครอบครัว

แต่ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสร้างกติกาการเงินร่วมกัน แบบที่ไม่ทำให้ฝ่ายใดผ่ายหนึ่งอึดอัดใจ  และต้องเป็นการตกลงร่วมกันอย่างแท้จริง เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนกันในระยะยาวเพื่อครอบครัวที่มั่นคง