จริงหรือ ไม่มีใครแปลว่าไม่สมบูรณ์

หากใครเป็นเด็กหรือวัยรุ่นในยุค 2000 คงจะคุ้นหูกันดีกับเพลง จิ๊กซอว์ – Skalaxy ที่มีเนื้อความว่า “ตามหาครึ่งหนึ่งของหัวใจ ..ตามหาจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” หรือเพลง วงกลม – บัวชมพู ฟอร์ด สาวหน้าหวานที่ร้องว่า “เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหนเพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน” และอีกมากมายหลากหลายบทเพลงที่สื่อถึงการขวนขวายหาการเติมเต็มให้ชีวิตของตนด้วยการมีใครสักคนเข้ามา

บทเพลงเหล่านี้ต่างถูกเรียบเรียงขึ้นมาเพราะความคิดของผู้คนต่าง ๆ เราทุกคนต่างเกิดมาโดยมีจุดประสงค์หนึ่งจากหลาย ๆ ข้อคือการตามหาใครสักคนเพื่อเข้ามาเติมเต็มตัวตนและเป็นความสุขของกันและกัน ซึ่งจะถือว่าเป็นการเติมเต็มที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

จึงเกิดความคิดส่วนหนึ่งดึงให้วาบคิดว่า ใช่เหรอ ความสมบูรณ์ที่แท้นั้นเป็นอย่างไร ถ้าบอกว่าความสมบูรณ์หมายถึงความสุขชั่วกัปชั่วกัลป์ก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะการมีใครสักคนเข้ามาไม่ได้หมายความว่าปัญหาที่เราเผชิญนั้นจะหมดไป หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่บทเรียนใหม่ ๆ ที่มากมายขึ้น แต่กระนั้นก็เห็นด้วยว่าอาจมีความสุขมากกว่าขณะที่ตามหาอยู่ แต่หากจะคิดว่าจะมีแต่ความสุขที่ขอแค่มีก็เพียงพอแล้ว ..นั่นไม่ใช่เลย

อันที่จริง เหมือนว่าความคิดดังกล่าวดูเหมือนจะเบาบางลงบ้างแล้วในชีวิตนี้ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ต่าง สร้างความสมบูรณ์ เหล่านั้นได้ด้วยตัวเองแล้วในยุคนี้ ร่วมด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่เอื้อให้เกิดความสมบูรณ์ได้ดียิ่งขึ้น ผู้คนต่างมีความสุขที่แม้ไม่ใช่จากความสมบูรณ์ด้วยการมีใครสักคนเข้ามา

จนอาจเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ในความคิดของใครหลายคน ด้วยสิ่งสนองที่สร้างมาเองแบบตัวคนเดียวกับมือ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องมีใครเข้ามา ชีวิตที่ดำเนินไปต่อจากนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา หากมีแล้วไม่โอเคเท่าเมื่อก่อนก็คงขอบาย

ซึ่งจากที่คิดมาทั้งหมดก็พอจะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าเจ้า ความสมบูรณ์ นั้นต่างเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความคิดของบุคคลเท่านั้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่เราจะหวังจากการเข้ามาของคนอื่น ๆ เสียทั้งหมด หากลองเปลี่ยนความคิดสร้างสิ่งที่สมบูรณ์พอใจให้กับตัวเองได้ การเป็นคนไม่มีใครก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนเว้าแหว่งอีกต่อไป