เศรษฐกิจ – Disruption – คนรุ่นใหม่ ในมุมมองของ รวิศ หาญอุตสาหะ

รวิศ หาญอุตสาหะ เป็น CEO ของศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ซึ่งในปีนี้แบรนด์ศรีจันทร์เข้าสู่ปีที่ 71 แล้ว ผ่านกระบวนการรีแบรนด์มาหลายรอบแล้ว จนกระทั่งมีไดเร็คชั่นของแบรนด์และกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างชัดเจน โดยวันนี้ Tonkit360 ได้นำมุมมองต่อเรื่องของ Disruption และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ได้รับการถ่ายทอดจากมุมมองของผู้บริหารศรีจันทร์คนล่าสุดนี้ มาฝากกัน

ฟังสัมภาษณ์ในรูปแบบ Podcast

ปรากฏการณ์ Disruption ส่งผลอย่างไรกับเศรษฐกิจไทยในตอนนี้

มันมีทั้งโอกาสและวิกฤติอยู่ในคำนี้พร้อม ๆ กัน จริง ๆ Disruption เป็นคำที่คนใช้กันเยอะ ซึ่งมันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจนี่แหละเพียงแต่ว่าช่วงนี้ เนื่องด้วยเทคโนโลยีมันทำให้การเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นช้า ๆ ใช้เวลาเป็น 10 ปีมันเกิดขึ้นเร็วมาก ซึ่งเร็วจนกระทั่งหลายคนมองว่าน่าตกใจ จึงเป็นที่มาของคำ ๆ นี้

มันส่งผลในเชิงลบต่อใครบ้าง

จริง ๆ คือส่งผลกระทบต่อทุกคน ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปเยอะมาก เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเร็วมาก ๆ ในช่วง 10 ปีหลังนี้ ใครก็ตามต้องปรับตัว เพราะโอกาสที่จะถูกคนอื่น ๆ หรือธุรกิจอื่น ๆ มาแซงมันง่ายมากถ้าไม่มีการปรับตัว

เราสามารถหาประโยชน์จาก Disruption ในแง่ใดได้บ้าง

ถ้าเราอยู่หัวแถวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ เราจะหาประโยชน์จากมันได้แน่นอน ทั้งลดต้นทุนในการผลิต การหาลูกค้าและขายของในที่ ๆ เราไม่เคยขายได้ ซึ่งประโยชน์มันก็เยอะมาก ท้ายที่สุดคือมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราทำธุรกิจอะไรแล้วจะใช้โอกาสจากมันตรงไหน

ล่าสุดกับประเด็นบัณฑิต ป.ตรี ตกงานกว่าสองแสนคน มันสะท้อนให้คิดในมุมมองไหนได้บ้าง

ผมไม่แน่ใจว่าผลวิจัยนี้อ้างอิงจากส่วนไหนบ้าง แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าอัตราการว่างงานของประเทศไทยนี้ถือว่าต่ำอยู่มากหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมีข่าวแบบนี้ เพราะว่าตอนนี้ทางเราเองหาคนยากมาก ตลาดในการหาแรงงานมันเข้มข้นมาก โดยเฉพาะคนที่จบมาในสายเทคโนโลยีนั้นกว่าเราจะหาได้แต่ละคน ยากมาก

หรือเพราะบุคคลว่างงาน มีความสามารถไม่ตรงกับตลาดของธุรกิจ

ก็เกี่ยวด้วยส่วนหนึ่ง เราก็ต้องไปดูอีกว่าเขาวิจัยด้วยวิธีไหน การที่เด็กออกมาทำงานเป็นฟรีแลนซ์นี่นับว่าตกงานหรือเปล่า ถ้าเรานับการจ้างงานในรูปแบบปกติ มันก็จะเห็นคนที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบนี้เยอะซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้มีงานทำเพียงแต่งานเขาเป็นงานอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง เช่น ยูทูบเบอร์ ไม่รู้ว่าตอนสำรวจเขานับได้ไหมเพราะเขาก็อาจไม่รู้ว่าใครทำงานสายนี้บ้าง

การศึกษาโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาควรแก้ไขในเรื่องใดไหมสำหรับสังคมยุคนี้

จริง ๆ การศึกษานี้เป็นประเด็นใหญ่ที่สุด คือผมมีความเชื่อว่าการศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดแบบใหม่หมด เพราะรูปแบบธุรกิจในตอนนี้มันเปลี่ยนไป สมัยก่อนเรามักเน้นการสอนไปในด้านองค์ความรู้เยอะมาก ยกตัวอย่าง เช่น ผมจบวิศวะฯ สิ่งที่ผมได้เรียนเยอะมากเลยก็คือแคลคูลัส หรือ ฟิสิกส์ แต่ว่าในอนาคตเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ผมจะบอกว่าไม่มีประโยชน์นะ มันมีประโยชน์แต่ว่าคุณค่ามันจะไม่มากเท่าเมื่อก่อน ซึ่งคนเรียนความรู้ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นทักษะของ การอยากเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าทักษะอะไรที่สำคัญมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทักษะในการเรียนรู้ทักษะใหม่ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

สำหรับคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ที่อยากเป็นนายตัวเอง มีมุมมองเรื่องนี้ยังไง

ถ้าเรามองถึงแนวคิดของคนแต่ละเจเนอเรชั่น เราจะเห็นชัดว่าแต่ละเจเนอเรชั่นจะมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน อย่างยุคผมนี้เป็นยุคที่คนอยากทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ ซึ่งเราเห็นภาพของสายที่เป็นที่นิยมมากในตอนนั้นคือสายการเงิน เราจะเห็นภาพของคนที่อยู่ในวงการการเงินชีวิตดีเราก็อยากเป็นบ้าง

แต่ในตอนนี้ ภาพที่เห็นมากที่สุดในสังคมก็คือ วัยรุ่นอายุน้อยประสบความสำเร็จ ทำสตาร์ทอัพ ทำธุรกินนั่นนี่ ซึ่งผมคิดว่าส่วนนี้มันก็ส่งผลให้เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ คือ เด็กอยากเป็นนายตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อในแต่ละยุคกันมากกว่า

อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ต้องมองความพร้อมหลัก ๆ ในข้อใดบ้าง

จริง ๆ ต้องบอกว่าอันดับแรกคือต้องคิดถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้ก่อนเวลาทำธุรกิจ คือเวลาจะเริ่มทำอะไรบางอย่างเวลาเรานั่งวาดฝันมันก็สวยดี แต่ชีวิตจริงมันไม่ได้หมูแบบนั้น ส่วนตัวผมเชื่อว่าเวลาเราอยากทำธุรกิจของตัวเอง เราต้องคิดถึงว่า Worst case คืออะไร แล้วเรารับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ลองดู ซึ่งธุรกิจยุคนี้มันไม่มีอะไรรับประกันเลยว่าจะสำเร็จหรือไม่ เวลาทำก็ต้องค่อย ๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ

ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ตอนนี้ มนุษย์เงินเดือนรวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยควรรับมืออย่างไร

เวลาใครถามเรื่องนี้นะผมจะตอบเหมือนกันหมดเลยว่า ต้องประหยัด คือต้องปรับแผนการใช้เงินใหม่หมด หนี้ก้อนใหญ่ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งสร้าง หนี้อุปโภคบริโภคก็ควรลด เช่น มือถือใหม่ อะไรพวกนี้ สิ่งที่มันไม่ได้ก่อเกิดรายได้ ถ้าอยากจะก่อหนี้จริง ๆ ก็ควรจะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ได้ อาทิ สินเชื่อ บ้าน แต่คือโดยรวมแล้วควรลด

เพราะว่าสิ่งที่เราเห็นเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวซึ่งจะยังชะลอตัวแน่ ๆ ในอีกปีสองปีนี้ สิ่งที่เราจะเห็นก็คือความสามารถในการชำระหนี้โดยรวมจะลดลง ซึ่งหมายความว่าคนที่ไม่มีหนี้จะมีชีวิตที่ปวดหัวน้อยกว่าและเหนื่อยน้อยกว่า

คนรุ่นใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งเร้ามากมายอย่างกระแสสังคม มีมุมมองและคำแนะนำอย่างไร

อันดับแรกเลยต้องบอกว่าผมเข้าใจ ผมเองเวลาเห็นใครซื้อของก็อยากได้เหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำอย่างหนึ่งในตอนนี้เลยก็คือภูมิคุ้มกัน ต้องฝึกให้เข้มข้นกว่าสมัยก่อนอีก เพราะสมัยก่อนยกตัวอย่างยุคผม ไม่มีโซเชียลมีเดีย เวลาเราจะรู้ว่าเพื่อนเราเปลี่ยนรถหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เมื่อตอนเจอกันอย่างตอนเลี้ยงรุ่น ซึ่งระหว่างนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าใครทำอะไรบ้างเราก็ใช้ชีวิตของเราไป ตรงกันข้ามที่ตอนนี้เรารู้กันในระดับทุกนาที

ซึ่งภูมิคุ้มกันก็คือ ในความรู้สึกที่ว่า ‘เห้ย อยากมีเหมือนคนนั้นบ้าง’ อันนี้ต้องสร้างให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราจะตกเป็นทาสของการหาเงินเพื่อซื้อของวนไปวนมาตอบสนองกิเลส ก็ต้องฝึกครับ ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันง่ายแต่ก็ต้องฝึกให้ได้

ถ้าต้องเลือกระหว่าง ความฝัน กับ ความจำเป็น

คนส่วนใหญ่ก็คงเลือกจะทำตามสิ่งที่ตัวเองฝันอยู่แล้ว แต่ชีวิตจริงมันไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นหรอก แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่จะสามารถทำให้เราอยู่ในงานหรืออะไรก็แล้วแต่ได้ดีที่อาจจะไม่ใช่งานในฝันของเรา ก็คือเราตั้งใจทำให้มันดีที่สุดแบบดีเวอร์ ๆ ไปเลย อย่างน้อยที่สุดแม้เราจะไม่ชอบงานนั้นแต่ผลงานที่ออกมาดีจะทำให้เราภูมิใจ ซึ่งแค่นี้ก็เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ช่วยให้เราประคองลมหายใจมีพลังมีแรงในการสู้ต่อ

ในฐานะของคนเป็นพ่อ ปลูกฝังในเรื่องการใช้เงินกับลูกยังไงบ้างท่ามกลางสังคมและเศรษฐกิจในตอนนี้

แน่นอน ความรู้เรื่องการเงินต้องสอนกันตั้งแต่เด็ก ๆ เช่น เรื่องของการออมลงทุน จะทำให้เห็นภาพเลยด้วยซ้ำว่า ถ้าเขาต้องการของสักชิ้นหนึ่งเขาต้องหาเงินซื้อด้วยตัวเอง ต้องออกแรงในการหาซึ่งเขาจะได้เข้าใจจริง ๆ ด้วยตัวเองว่าเงินมันไม่ได้หาง่ายซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ

สุดท้ายแล้วในมุมมองของคุณรวิศ สกิลหรือความสามารถที่คนรุ่นใหม่ควรโฟกัสคืออะไร

ผมว่าคนรุ่นใหม่ ในเรื่องความรู้เขาดีมากอยู่แล้ว แต่ผมมองว่าสิ่งที่ควรมีมากที่สุดคือความอดทน ความอดทนกับการรออะไรบางอย่าง เพราะบางทีความสำเร็จมันต้องใช้เวลามันไม่สามารถมาได้เร็ว ซึ่งอันนี้ก็เป็นสัจธรรม