เพราะจิตใจคนเราเปราะบางไม่เท่ากัน และวาจาคืออาวุธที่แสนยานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าปืน

ขนาดก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย นับประสาอะไรกับหัวใจ เนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่แม้ใจความที่เพลงจะสื่อไม่เกี่ยวอะไรกับบทความชิ้นนี้ แต่ประโยคข้างต้นนี้เองสะท้อนให้เห็นได้ว่าหัวใจ(จิตใจ)ของคนเราก็มีความเปราะบางไม่ต่างกับวัตถุหรือสสารชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด

และอย่างที่ไม่ว่าใครก็รู้กันดีหรือทางที่ดีก็ควรรู้เอาไว้ คำพูด เพียงประโยคที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปาก ถือถ้อยคำที่เราถ่ายทอดออกมาอย่างง่ายดายเพียงการตวัดนิ้วบนแป้นพิมพ์หรือกระดาษ ถ้อยคำหรือประโยคง่าย ๆ แสนธรรมดาจากใครคนหนึ่งที่เปล่งออกมาโดยไม่คิดอะไร สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงจิตใจคนฟังได้อย่างบาดลึก กระทบกระทั่งทำร้ายให้เกิดแผลสดในจิตใจใครสักคนหนึ่ง

ทุก ๆ วันมีคนถูกทำร้ายด้วยถ้อยคำอยู่มากมาย จริงอยู่บางคำพูดเป็นเพียงการหยอกล้อขำขันเรียกความครื้นเครงในหมู่วงสนทนา แต่หารู้ไหมว่าเพียงคำพูดขำ ๆ เหล่านั้นกลายเป็นถ้อยคำที่ทำร้ายคนที่ถูกพูดถึงโดยที่ตัวคนพูดเองอาจรู้หรือไม่รู้ตัว แต่ในฝั่งของผู้ถูกทำร้ายนั้นทางเลือกมีอยู่เพียงน้อยนิด แน่นอนไม่ว่าใครก็ตามที่ถูกถ้อยคำทำร้ายจิตใจจะต้องเครียดและคิดตามสะสมเป็นปมอยู่ในใจ หากปล่อยเลยตามเลยก็จะถูกแซวหรือด่าทออยู่เรื่อย ๆ เพราะคนอื่น ๆ จะคิดว่าคุณไม่เป็นอะไร และในอีกทางหนึ่งหากออกตัวต่อต้านคุณจะกลายเป็นคนอ่อนแอต่อสายตาผู้อื่น “แค่แซวเล่นคิดมากทำไม” จะทางไหนก็เจ็บปวด

ยิ่งในยุคของสังคมที่ไร้ขอบเขตบนอินเตอร์เน็ตที่มีข้อดีนานัปการ แต่ในด้านคมอีกทางหนึ่งอินเตอร์เน็ตคือสนามอารมณ์ที่เปิดกว้างให้เรารังแกผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุจากความอิสระและไม่ยับยั้งทำให้ ชาวเน็ต ไม่รู้จักคำว่า พอดี หรือ เหมาะสม ในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งหารู้หรือไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตแล้ว มันจะคงอยู่ตลอดไป

เราจะเห็นได้จากหลายกรณีจากการแสดงความคิดเห็นของชาวเน็ตผู้อยู่เบื้องหลังแป้นคีย์บอร์ด ใส่อารมณ์กับเรื่องราวเบื้องหน้าอย่างเต็มที่ราวกับปลดปล่อยปีศาจร้ายในตัว ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของใคร ใกล้ตัวหรือไม่ก็ตาม เรามักตัดสินเรื่องนั้น ๆ จากมุมมองความคิดของเราเองเพียงฝ่ายเดียว และไม่ยับยั้งชั่งใจ หยุดมันไว้เพียงเป็นความคิด แต่ปล่อยความคิดเหล่านั้นละเองเป็นตัวหนังสือให้ไปทำร้ายบุคคลอื่น ๆ

บนโลกโซเชียล ไม่มีใครไม่ถูกนินทา

การแสดงความคิดเห็นโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง รังแต่ต้องการแสดงความเห็นส่วนตัวของตนออกไปสู่พื้นที่สาธารณะ เหมือนเป็นการสนองความพึงพอใจส่วนตัวของตนเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนตัวคุณอาจไม่คาดคิดอะไรกับคำเหล่านั้นเสมือนการทิ้งขยะ ผละมือจากมันแล้วไม่หันกลับไปมอง แต่กรณีของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำเหล่านั้นมันก่อให้เกิดผลลัพธ์อีกมากมายตามมา

ทั้งความเครียด ไปจนเกิดปัญหาที่มีผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงจากการสะสม เกิดภาวะซึมเศร้า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ถูกกระทำต้องแบกรับอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาเราสูญเสียบุคคลมีชื่อเสียงไปนับมากมายจากโรคซึมเศร้าไม่นับบุคคลทั่วไปที่เราไม่รู้ด้วย ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจทำร้ายตัวเองล้วนมาจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก กี่ครั้งแล้วที่เราต้องมาระลึกถึงพวกเขาในวันที่สายเกินไป

เราควรรู้ว่า เรามีสิทธิ์ที่จะคิดแต่ทุกสิ่งที่เราคิดไม่เหมาะที่จะพิมพ์จะพูดออกไป การไตร่ตรองก่อนเป็นสิ่งที่ควรคิดทำ ในมุมอื่น ๆ เราควรเป็นส่วนหนึ่งในการหยุดพฤติกรรมการกลั่นแกล้ง ไม่เป็นส่วนหนึ่ง ไม่เป็นผู้ชม อย่าหัวเราะให้มุกตลกที่ทิ่มแทงใครสักคนอยู่ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าความอดทนต่อคำร้ายของแต่ละคนสูงต่ำมากแค่ไหน และคำพูดเพียงติดตลกเพียงคำหนึ่งอาจติดเป็นฝันร้ายของใครสักคนไปตลอดกาล