จะเป็นอย่างไร ถ้าไทยจัดโมโตจีพี ‘ไนท์ เรซ’

ประสบความสำเร็จเป็นปีที่สองติดต่อกัน สำหรับโมโตจีพี บนผืนแผ่นดินไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ทว่าในฤดูกาลหน้า ปฏิทินการแข่งขันกำหนดให้ ThaiGP เป็นสนามแข่งขันลำดับที่สอง ในวันที่ 22 มีนาคม 2020 ส่งผลให้ผู้บริหารสนามเตรียมปรับกลยุทธ์ขนาดใหญ่

‘Thai GP’ ผ่านปีที่สองพร้อมการฉลองแชมป์โลกของ มาร์ก มาร์เกซ

โดยนายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาสนามช้างฯได้เผยว่า กำลังมีแนวคิดที่จะปรับรูปแบบการแข่งขันมาเป็นช่วงเวลากลางคืน (ไนท์ เรซ) อันจะเป็นผลดีกับทั้ง ผู้ชม นักแข่ง และตลาดถ่ายทอดสดในฝั่งยุโรป อย่างไรก็ดี ซึ่งน่าสนใจว่า แนวคิดดังกล่าวจะมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ในอีก 5 เดือนข้างหน้า

‘กาตาร์’ ต้นตํารับโมโตจีพีตอนกลางคืน

ปัจจุบัน สนามโลซัล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ คือสนามแข่งหนึ่งเดียวของโลกที่จัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกหรือโมโตจีพี ภายใต้แสงไฟสปอร์ตไลท์ในเวลากลางคืน โดยเริ่มจัดแข่งแบบ ‘ไนท์ เรซ’ ครั้งแรกในปี 2008 หลังจากเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีมาตั้งแต่ปี 2004

กาตาร์ ไนท์ เรซ หนึ่งเดียวในโมโตจีพี (ภาพจาก redbull.com)

ซึ่งสาเหตุหลักของการปรับรูปแบบมาซิ่งแบบไนท์ เรซ ก็คือปัญหาเรื่องความร้อนของสภาพอากาศ ที่ร้อนแบบทะเลทราย ทำให้ในช่วงกลางวัน แม้กระทั่งช่วงเย็นที่ยังมีแสงจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิอากาศจะขึ้นไปสูงระดับ 40-45 องศาเซลเซียล เลยทีเดียว ซึ่งส่งผลกับทั้งตัวนักแข่ง และสมรรถนะของรถที่ใช้แข่งขัน

‘ไนท์ เรซ’ ต้องเปิดไฟสว่างแค่ไหน

แม้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะเคยผ่านการจัดอีเวนท์ในช่วงกลางคืนมาอย่างโชกโชน อาทิ การจัดแข่งขันเอนดูรานซ์รายการในประเทศ และซัพพอร์ทเรซอีกหลายรายการ รวมถึงการแข่งขันวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน ที่ต้องปล่อยตัวในช่วงเช้ามืด ทว่าหากจะเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีไนท์เรซจริงๆ ระบบไฟส่องสว่างจะต้องมีการติดตั้งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

บรรยากาศวิ่งบุรีรัมย์มาราธอนยามค่ำคืนของสนามช้างฯ

ซึ่งโลซัล เซอร์กิต ของกาตาร์ มีการติดตั้งไฟส่องสว่างแบบถาวรแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2007 โดยบริษัท Musco Lighting จากสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านการติดตั้งไฟในสนามแข่งรถนาสคาร์ชื่อดังในสหรัฐฯอย่างเดย์โทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ มาแล้ว รวมถึงปัจจุบัน ก็ดูและระบบส่องสว่างให้กับสนามกีฬาดังมากมาย อาทิ สนามเอฟวัน ยาส มาริน่า ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ,สนามฟุตบอลเอมิเรตส์ สเตเดียมในอังกฤษ รวมถึง เอทีแอนด์ที สเตเดียม ของดัลลัส คาวบอยส์ ในสหรัฐฯ

ความสว่างของแสงไฟที่กาตาร์

ทั้งนี้มีการเปรียบะเทียบว่า ด้วยความยาวต่อรอบของแทร็คบุรีรัมย์ที่ระดับ 4.554 กิโลเมตร จะต้องมีการติดตั้งไฟส่องสว่างเทียบเท่ากับการติดไฟสปอร์ตไลท์ในสนามฟุตบอลร่วม 60 สนามเลยทีเดียว ขณะเดียวกันจะมีหลอดไฟตลอดเส้นทางมากกว่า 3,000 ดวง เพื่อที่จะทำให้ระดับของความสว่างอยู่ในมาตรฐานเพื่อให้จัดโมโตจีพีได้

ความความเป็นไปได้ ‘ไนท์ เรซ’ ที่บุรีรัมย์

หากบุรีรัมย์จัดโมโตจีพีแบบไนท์เรซ แน่นอนว่าน่าจะเพิ่มยอดผู้ชมในสนามให้มากขึ้น เพราะจะไม่ร้อนเหมือนการแข่งขันในช่วงกลางวัน นอกจากนี้สนามยังสามารถติดตั้งที่่นั่งเพิ่มเติมในแต่ละโค้งได้ด้วย รวมถึงน่าจะเรียกเรตติ้งของผู้ชมที่ชมการถ่ายทอดสดจากฝั่งยุโรปเพิ่มขึ้นได้อีกพอสมควร

ภาพมุมสูงแบบไนท์เรซของสนามช้างฯ (ภาพจาก BRIC)

อย่างไรก็ดี หากย้อนดูปฏิทินการแข่งขันโมโตจีพี จะเห็นได้ว่านอกจากกาตาร์ซึ่งเป็นสนามเดียวที่จัดแบบไนท์เรซแล้ว ยังไม่มีสนามใดนอกยุโรป ที่จัดการแข่งขันในช่วงกลางคืนอีกเลย อาทิ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และออสเตรเลีย รวมไปถึงสนามในทวีปอเมริกา

นั่นหมายความว่าผู้จัดอย่างดอร์น่าสปอร์ต อาจจะไม่ห่วงเรื่องเรื่องของเรตติ้งถ่ายทอดสดที่ต้องอิงเวลาในยุโรปมากนักเหมือนกับฝั่งฟอร์มูล่า วัน และมักจะจัดการแข่งขันด้วยการอิงตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละชาตินั้นๆมากกว่า ซึ่งก็คงต้องตามดูกันว่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการต่อสัญญาโมโตจีพีกับประเทศไทย ที่ตามรายงานระบุว่าจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ว่าจะยืดสัญญายาวได้อีก 5 ปีตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ รวมถึงหากได้จัดแบบไนท์เรซจริง เม็ดเงินในการลงทุนติดตั้งไฟส่องสว่าง ว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบ อย่างไรก็ดีหากทั้งหมดเกิดขึ้นได้จริง มันจะกลายเป็นอีกประวัติศาตร์หน้าใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอีกครั้ง

ข้อมูลและภาพจาก
bric.co.th
redbull.com