[รีวิว]One Piece: Stampede เมื่อจุดขายกลายเป็นดาบทำร้ายตัวเอง

วันพีช การ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังจนมีหนัง The Movie เป็นของตัวเองในหลายภาค ซึ่งภาคล่าสุดก็คงไม่พ้นกระแสที่เป็นดราม่าอยู่ตอนนี้นั่นก็คือ One Piece: Stampede นั่นเอง ที่เอาบรรดาเหล่า Influencer และ Youtuber มาให้เสียงพากย์ตัวละครในหนังซึ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างแน่นอน แต่บางคนก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเพียงเพราะว่าต้องการฟังเสียงญี่ปุ่นขนานแท้มากกว่ามานั่งฟังเสียงนักพากย์ที่ดูไม่เป็นมืออาชีพและผลงานก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการพากย์เลย แต่ก็ได้โอกาสมาพากย์ตรงนี้ จึงทำให้โดนถล่มและตีตราว่าไม่เหมาะสมอย่างมากที่จะเอา Youtuber มาพากย์แบบนี้

แต่แท้จริงแล้วจากการที่ไปดูมาไม่ใช่เพียงเสียงพากย์แต่เป็นบางสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า กลายเป็นการทำลายความสนุกของหนังลงไป ทั้ง ๆ ที่มันคือจุดขายของภาคนี้ด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าภาคนี้ไม่สนุกเท่าที่ควรก็คือ ตัวละครที่มีเยอะจนเกินไป ถ้าใครรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้จะรู้เลยว่าตัวละครนั้นมีมากมายมหาศาลขนาดไหน และการที่ The Movie ภาคนี้มีตัวละครมากจนเกินความจำเป็นทำให้หนังกระจายความสำคัญไม่ได้ดีเท่าที่ควร

จากที่ได้ดูแล้วจะเห็นว่าแต่ละฉากจะไปโฟกัสที่ ลูฟี่ ซะส่วนใหญ่ ก็จริง ๆ ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะนั่นคือตัวหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่เขาโฟกัสก็คือ เหล่ารูกกี้ในยุคที่เลวร้ายที่สุดของโจรสลัด มันทำให้กระจายความสำคัญไปเยอะมาก จนบางตัวละครแทบไม่มีบทบาท มาฉากนึงพูดประโยคนึงแล้วก็หายไปเลยด้วยซ้ำ บางตัวก็ไม่พูดมาเตะหินนิด ๆ หน่อย ๆ  แล้วหายไปก็มี หรือบางตัวละครที่มีบทบาทเยอะมากในช่วงต้นแต่พอตอนท้ายกลับหายไปเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวละครนั้นจากที่อ่านมานิสัยไม่ใช่คนยอมแพ้ด้วยซ้ำไป แต่ตัวหนังตัดบทเขาออกซะดื้อ ๆ อย่างนั้น

ลูกเรือของลูฟี่ที่ดู ๆ แล้วควรเป็นตัวชูโรงโชว์ออฟหนัก ๆ กลับกลายเป็นว่าแทบไม่มีบทบาทอะไรเลยด้วยซ้ำ ลูฟี่ เยอะหน่อยอันนี้สมเหตุสมผลเพราะคือพระเอกของเรื่อง โซโล ซันจิ เปรียบเสมือนรองกัปตัน แต่แอคชั่นฉากบู๊นั้นกลับเบาบางซะเหลือเกินโซโลยังพอมีบ้าง แต่ซันจินี่ขอลาเลยน้อยมากเกินไปจริง ๆ บางฉากใกล้ท้ายๆเรื่องช่วงสำคัญที่ควรเห็นการบู๊ ก็ดันไม่เห็นอีก เหมือนฉากนั้นหายไป (เดาว่าคงเพิ่มฉากขายเป็นบ็อกเซ็ตอย่างแน่นอน) และตัวละครอื่นที่เป็นลูกเรือของลูฟี่ไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย ยิ่ง แฟรงกี้ นี่น่าสงสารอย่างมากแทบไม่มีบทจริง ๆ

แต่ถ้าถามเรื่องบทของหนังก็ค่อนข้างลงตัวใช้คำว่าตามสไตล์หนังฮอลลีวูดยังได้ ที่จะต้องมีแพ้ก่อนชนะทีหลังให้เราได้เห็นกัน แต่ตัวร้ายนั้นกลับทำให้รู้สึกว่ามันควรโหดได้มากกว่านี้ อันนี้คาแรกเตอร์เหมือนเด็กเอาแต่ใจเลยทำให้รู้สึกว่าไม่อินเท่าที่ควร ถ้าเทียบกับ One Piece Film : Gold และ One Piece Film : Z ยังมีความรู้สึกว่าจัดเต็มกว่าภาคนี้เยอะเลยด้วยซ้ำ

แต่สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่น ๆ ก็คือ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับ One Piece ไม่คิดเลยว่าภาคนี้จะใส่อะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับในการ์ตูนไว้จนทำให้รู้สึกได้ว่าถ้าไม่ดูเรื่องนี้ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีผลกระทบบางอย่างที่ทำให้ลูฟี่นั้นต้อง……….บอกมากกว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวสปอยล์ ฮ่าๆ

คะแนนความน่าดู 7/10