ตัวเราเป็นยังไง เราก็จะได้พบเจอกับคนแบบนั้น ?

คนเราทุกวันนี้ล้วนมีมากมายหลากหลายประเภทขวักไขว่ปะปนกันอยู่ในสังคม อีกทั้งยังอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นฝูงซึ่งการที่คนเรานั้นจะอยู่ร่วมกันได้ปัจจัยหลักคือไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน ชอบอะไรเหมือนกัน มีสิ่งที่ชอบทำคล้าย ๆ กัน คุยกันรู้เรื่อง จึงเป็นที่มาของประโยคที่ว่า เราเป็นคนแบบไหนก็มักจะดึงดูดคนแบบเดียวกันให้มาเจอกัน

ประโยคที่ว่านี้เป็นความจริงมากแค่ไหน ซึ่งถ้าให้ตอบว่าจริงไหมส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่าจริง แต่สำหรับความคิดของผมเองความจริงที่ว่านี้คือการดึงดูดคนในประเภทของไลฟ์สไตล์และความชอบเพียงเท่านั้น ก็เหมือนอย่างการใช้อินเตอร์เน็ตนั่นแหละครับ เมื่อเราสนใจสิ่งไหนเป็นพิเศษเราก็จะเจอแต่ข้อมูลด้านนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบจึงเตะตาเราเป็นพิเศษ และเราสามารถขลุกอยู่กับมันได้ไม่มีเบื่อ

กลับมาที่เรื่องคน ซึ่งใช่.. เราเป็นแบบไหนเราก็จะเจอคนแบบนั้น อย่างที่บอกว่าเพราะความชอบและทำอะไรคล้าย ๆ กันมันก็จะเตะตากันเป็นพิเศษในกรณีนี้ ซึ่งผลมันก็คือการคุยกันถูกคอไป ๆ มา ๆ ก็ไว้วางใจกันและสนิทสนมกัน

สิ่งนี้คือเบื้องต้น

ถึงอย่างไรก็ตามมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมิติอยู่มาก มองกันเผิน ๆ แค่ด้านเดียวก็คงไม่ได้ ซึ่งจากประโยคข้างต้นที่ตั้งเป็นโจทย์นั้นจะนำมาประมวลกับตรงนี้แทบไม่ได้เลย เพราะคนเราแน่นอนถึงแม้ว่าจะชอบอะไรเหมือน ๆ กัน แต่นิสัยใจคอไม่เหมือนกัน ซึ่งผลลัพธ์ของประโยคนั้นก็คือ มันใช้วัดกับความจริงไม่ได้ 100%

โอเค จริงอยู่เจอคนที่มีความคิดคล้ายกันจึงใกล้ชิดสนิทสนมกัน แต่ด้วยมิติด้านอื่น ๆ อย่างนิสัยใจคอ หากมองกันให้ลึกลงไปแล้วอาจเข้ากันไม่ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งในจุดนี้เป็นเรื่องยากมากกว่านี้จะใช้ประโยคแบบมองผลรวมมาเป็นตัวตั้ง เราไม่มีทางรู้เลยว่าการเข้ามาของใครสักคนนั้นมีความจริงใจ หรือหวังผลประโยชน์อะไรบ้าง

ดังนั้น หากจะบอกว่า ตัวเราเป็นคนยังไงเราก็จะได้เจอแต่คนแบบนั้น จึงเป็นคำที่วัดเรื่องนี้ได้แค่เพียงผิวเผินเท่านั้น การที่จะอยู่ร่วมกันอย่างยืดยาวจริง ๆ แล้วล้วนต้องใช้นิสัยและความจริงใจเข้าซื้อกันเท่านั้นเองครับ และหากจะถามผมว่าจะเอาอะไรไปวัดผมก็จะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า ดอกไม้ ธูป เทียน ครับผม