ตรวจสุขภาพการเงินกับ ‘เครดิตบูโร’

เรื่องของการบริหารการเงินและหนี้สินเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พอเริ่มเข้าวัยผู้ใหญ่ต้องคิดให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น เพราะทุกการใช้จ่ายและการเก็บออมจะบ่งบอกถึงสถานะของการใช้จ่ายและความคงที่ของการบริหารจัดการของตัวคุณเอง และหากไม่วางแผนให้รอบคอบสร้างแต่รายจ่ายและใช้เงินจากอนาคตหรือก่อหนี้สิน การไล่เคลียร์ทีหลังมักไม่สนุกแน่

และทุก ๆ การใช้จ่ายรวมทั้งความเคลื่อนไหวทางการเงินของเรานั้นมีประวัติที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกอย่าง และที่กำลังจะพูดถึงตอนนี้ก็คือ เครดิตบูโร ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต ถ้าอย่างนั้นเราจะเล่าให้ฟัง

เครดิตบูโร คือ?

คือองค์กรกลางเกี่ยวกับการเงินที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเก็บสถิติและบันทึกข้อมูลสถานะทางการเงินของบริษัทต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปทุกคน อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินอื่น ๆ สามารถนำข้อมูลที่มีในบันทึกไปวิเคราะห์และสังเกตการสำหรับการอนุมัติเงินกู้รวมถึงความสามารถในการชำระเงินคืนของบุคคลทั่วไปได้

โดยข้อมูลที่ทางเครดิตบูโรนั้นบันทึกจัดเก็บสามารถแบ่งได้สองข้อหลัก คือ

  • ข้อมูลส่วนตัว สถานะสมรส อาชีพ ที่อยู่
  • ข้อมูลหนี้สิน สินเชื่อทุกรูปแบบ การเงินการใช้จ่าย

โดยข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดนั้นก็มาจากสมาชิกสถาบันทางการเงิน ซึ่งเครดิตบูโรนั้นเป็นเพียงแหล่งเก็บข้อมูลเท่านั้น สถาบันทางการเงินที่เป็นสมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูลและประวัติทางการเงินรวมถึงจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่นี่

ตัวอย่างของการตรวจเช็คข้อมูลคือ หากคุณมีหนี้อยู่กับธนาคารสักแห่งหรือสองแห่งและไปยื่นเรื่องขอกู้เงินจากแห่งอื่น ธนาคารนั้นสามารถนำข้อมูลมาตรวจสอบและพบได้ว่าคุณเป็นหนี้ของสถาบันการเงินอื่นอยู่แล้ว และจะนำมาซึ่งผลของการประเมินการให้กู้และกำลังในการใช้หนี้ของคุณเอง

ข้อกำหนดต่าง ๆ

โดยปกติแล้วข้อมูลทางการเงินของคุณจะถูกบันทึกย้อนหลังไปนานถึง 36 เดือนหรือเท่ากับ 3 ปีนั่นเอง และสมาชิกสถาบันทางการเงินต้องส่งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดเข้ามาเก็บไว้ยังเครดิตบูโร

ประวัติการเงินไม่สู้ดี กู้ครั้งหน้ายากขึ้น ?

เนื่องจากข้อมูลจากเครดิตบูโรสามารถบ่งบอกพฤติกรรมทางการเงินและการชำระหนี้สินของคุณอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นหากการชำระหนี้ต่องวดของคุณไม่สู้ดีนัก สิ่งเหล่านี้คือข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อสถาบันการเงินที่คุณกำลังจะไปยื่นกู้ ซึ่งจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้นก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการประเมินของสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยตรง

ซึ่งในส่วนนี้หลายคนมักมีคำพูดติดปากว่ามีชื่ออยู่ใน แบล็คลิสต์หรือบัญชีดำ ซึ่งความจริงแล้วแบล็คลิสต์นั้นไม่มีจริง เพราะหากแปลตรงตัวแล้ว แบล็คลิสต์คือการขึ้นบัญชีว่าคุณจะไม่สามารถกู้ได้แน่นอน แต่ด้วยความที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันการเงินนั้น ๆ เอง การที่คุณกู้ไม่ผ่านนั้นเพราะว่าพฤติกรรมการชำระหนี้คุณดูไม่มั่นคงเอง ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสที่จะกู้ผ่านเลย ซึ่งมีแต่น้อยมาก ๆ ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่ให้กูล้วน ๆ ไม่เกี่ยวเลยว่าเครดิตบูโรคาดชื่อใครไว้บ้าง ดังนั้นแบล็คลิสต์จึงไม่มีอยู่จริง

เห็นได้ชัดว่าสถานะทางการเงินที่ดีที่สุดไม่ใช่ การไม่เป็นหนี้เลย ซึ่งในเรื่องของการไม่เป็นหนี้เลยมันก็ดี เพียงแต่การบริหารจัดการหนี้ของคุณด้วยพฤติกรรมการชำระที่ดีสม่ำเสมอสามารถช่วยให้การทำสินเชื่อในครั้งถัด ๆ ไปนั้นง่ายมากยิ่งขึ้น

และอย่าลืม ถึงแม้คุณจะมั่นใจว่าวงจรการบริหารการเงินของคุณจะคงที่ แต่ควรตรวจเช็คข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะเอกสารอาจมีความผิดพลาด หรือข้อมูลของคุณอาจถูกปลอมแปลงสวมรอยจากผู้ไม่หวังดีได้