“ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย” ชีวิตนั้นแสนเปราะบาง

คุณเคยแปลกใจไหมว่าทำไม ช่วงชีวิตหนึ่งเมื่อเราเข้าสู่ความเป็นวัยรุ่น ความรู้สึกของเราจะถูกเก็บอัดเอาไว้ภายในใจ ไม่เคยพูดมันออกมา แม้รู้ว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงขนาดไหน ก็ไม่เคยระบายออกเพราะไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง หรือไม่คิดจะปรึกษาอะไรมาก เพราะอยากให้พ่อแม่เห็นว่าเราพอจะรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว

ทั้งหมดนั้นคือความรู้สึกเมื่อเป็นวัยรุ่น ที่เมื่อมองย้อนกลับไปจากเวลาปัจจุบันเราก็คงอยากจะถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไม เหมือนกับตัวละครในเรื่องสั้นเรื่องนี้ ที่ผู้เป็นแม่ ไม่อาจทำใจได้จากการจากไปของลูกชายวัยรุ่น เพราะเธอเองก็แทบจะไม่รู้เลยว่าโลกอีกใบของลูกชายนั้นเป็นเช่นไร เพราะแม้แต่สมุดบันทึกของลูกชาย เธอเองยังไม่กล้าที่จะเปิดอ่านเอง

“ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย” โดย “อีกยองเฮ” ที่ถูกเขียนขึ้นมาหลังจากเธอได้ฟังข่าวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร โดยที่ อีกยองเฮ ให้เหตุผลว่า “อาจเป็นเพราะมีลูกสาวอยู่ในวัยเดียวกับเด็กหนุ่มผู้จากไป” และทำให้เธอตั้งใจเขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะต้องการ ให้คนเป็นพ่อแม่มองวัยรุ่นอย่างเข้าใจ

ความน่าสนใจของเรื่องสั้นเล่มนี้ ไม่ใช่เพราะพิมพ์ขายไปแล้วกว่า 4 แสนเล่มในเกาหลี แต่เป็นเนื้อรื่องที่เล่าได้กระทบใจคนอ่าน ผ่านสายตาของ “ยูมี” เพื่อนสนิทของ “เจจุน” เด็กหนุ่มผู้จากไปก่อนวัยอันควร วิธีการเล่าเรื่องโดยผ่านความรู้สึกของคนที่สนิทที่สุด เหมือนกับคำตอบที่ชัดเจนว่า “ถ้าวันหนึ่งนั้น …ฉันตาย” คนที่รักและคอยเป็นห่วงจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวดอย่างไร

เรื่องราวในหนังสือเหมือนคนเขียนค่อยๆปอกเปลือกความรู้สึกที่กดทับ ออกมาทีละชั้น จากความเศร้าชนิดทิ้งดิ่งเมื่อเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวต้องมาจากไป ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกที่ยอมรับว่าไม่มีเพื่อนคนนั้นอีกแล้ว และ เข้าใจในที่สุดว่า เพื่อนผู้จากไปนั้นสุดท้ายก็ได้ปลดปล่อยความหวาดกลัวที่อยู่ในใจออกไปแม้ต้องแลกมาด้วยลมหายใจของตัวเอง

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เหมาะแค่ให้วัยรุ่นอ่าน แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่ก็ควรอ่านเพราะเหมือนกับคุณได้หันกลับไปมองตัวเองในอดีต ได้นึกถึงวันที่ความเป็นเด็กหนุ่ม เด็กสาว ได้ตายจากไป แล้วกลายร่างใหม่เป็น คนหนุ่ม คนสาว ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน ความเจ็บปวดในอดีตก็เหมือนแผลเป็น ที่แม้จางลงตามกาลเวลา แต่มันยังคงทิ้งร่องรอยให้คุณได้นึกถึงอยู่เสมอ