แนวทางดูแลจิตใจ และวิธีรับมือกับภัยน้ำท่วมครั้งต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน อย่างจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อจิตใจประชาชนผู้ประสบภัยอย่างมาก ยิ่งระดับน้ำท่วมสูงและท่วมเป็นเวลานาน ก็ยิ่งมีผลกระทบสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายมากขึ้น ดังนั้นการดูแลจิตใจของตนเองและครอบครัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรามีสติในการจัดการกับปัญหาได้ดียิ่งขึ้น วันนี้ Tonkit360 จึงนำเอาแนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพในภาวะน้ำท่วม การฟื้นฟูหลังภาวะน้ำท่วม และการเยียวยาด้านจิตใจ จาก สสส. มาฝากกัน

แนวทางดูแลจิตใจตัวเองเมื่อประสบภัยน้ำท่วม

  • พยายามสงบจิตใจ ให้พร้อมรับมือกับปัญหา เช่น ใช้วิธีนับลมหายใจ
  • คิดถึงการคลี่คลายปัญหาทีละขั้นตามลำดับความจำเป็น
  • ช่วยเหลือกันและกันในครอบครัว, เพื่อนบ้าน, ชุมชน เพื่อคลี่คลายปัญหา
  • ผ่อนคลายความเครียด ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน เข้านอนเป็นเวลาหากไม่ง่วงให้หากิจกรรมทำก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังวิทยุ เป็นต้น หรือพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อน ทำกิจกรรมผ่อนคลายที่ชอบ อย่างเล่นกีฬา หรือบริหารร่างกาย
  • หยุดฟัง หยุดดู หยุดรับรู้ข่าวสาร ที่ทำให้เครียด
  • ร่วมกันปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้าน หรือศูนย์อพยพ ให้บรรยากาศสบายตา สบายใจ

แนวทางดูแลจิตใจคนในครอบครัวเมื่อประสบภัยน้ำท่วม

  • พูดคุย ไถ่ถามทุกข์สุข สร้างอารมณ์ขันให้แก่กัน
  • หาช่วงเวลาผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้มีแรงสู้ต่อไป อาจเป็นช่วงหลังอาหารแต่ละมื้อ
  • แสวงหาความช่วยเหลือจากภายนอก เช่น เงินช่วยเหลือ สวัสดิการต่างๆ
  • หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของคนในครอบครัวที่แสดงว่ามีความเครียด จากความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ถอนหายใจบ่อยๆ เบื่ออาหาร หรือกินอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ เช่น วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน เศร้า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย โกรธง่ายกว่าปกติ และความผิดปกติทางการกระทำ เช่น ไม่อยากพบพูดจากับใคร หนีสังคม ขัดแย้งกับคนอื่นบ่อยๆ

10 วิธีจัดการความเครียดช่วงน้ำท่วม จากกรมสุขภาพจิต

  1. หายใจเข้าออกช้าๆ 2-3 นาที เพื่อทำให้ออกซิเจนเข้าสู่สมอง แล้วความเครียดจะลดลง
  2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้น หากต้องติดตามข้อมูลข่าวสารให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน
  3. การยืดเหยียดในท่าที่ผ่อนคลายจะช่วยให้การนอนหลับได้ดีขึ้น
  4. ความเครียด ทำให้เรารับฟังกันน้อยลงจึงต้องดูแลตัวเองด้วย
  5. แปลงความกังวลเป็นการลงมือทำ รวมพลังครอบครัวและชุมชนรับกับสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น
  6. ไม่ด่า ไม่ว่า ไม่ทับถม อย่าให้ความหวังดีเป็นความขัดแย้งและทำร้ายกัน
  7. ความกังวลใจจะลดลงได้ หากได้ช่วยเหลือผู้อื่น
  8. อย่าลืมเวลาเล่น เล่านิทานกับลูก เพราะว่าเด็กก็เครียดเป็น
  9. ใส่ใจคนรอบข้าง ทำให้เราทุกข์น้อยลง
  10. แบ่งเวลาทำสมาธิ สวดมนต์ไหว้พระ สร้างความสงบให้จิตใจ

วิธีการรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไป

  • ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัย และขั้นตอนการอพยพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
  • ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เป็นต้น เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน
  • รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหาร ไว้ในที่สูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
  • บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเก็บไว้ตามที่จำง่าย

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง : วิธีป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ, วิธีการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงเมื่อเกิดภัยพิบัติ