Visit Rwanda (ตอนจบ)

Visit Rwanda (ตอนแรก)

ในตอนที่แล้ว เราได้รู้จักกับ Rwanda ประเทศที่ยากจนที่สุดเป็นอันดับที่ 20 ของโลกเมื่อพิจารณาจากรายได้ต่อหัวของประชากรในประเทศ และจุดขายหลักของ Rwanda นอกจากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์มากแล้ว ยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างเผ่า Tutsi กับเผ่า Hutu

และเราก็ได้รู้จักกับ Rwanda ผ่านภาพยนตร์สองเรื่องคือ Hotel Rwanda และ Gorillas in the Mist กันไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

มาในตอนนี้ จะมาเจาะลึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของ Rwanda กันอีกครั้ง ซึ่งเป็นตอนจบของชุดบทความ Visit Rwanda กันนะครับผม

อันที่จริง Gorillas in the Mist เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในป่ารอยต่อ 3 ประเทศ คือ Uganda Rwanda Congo ขณะที่ Hotel Rwanda มีฉากหลังคือกรุง Kigali เมืองหลวงของประเทศ Rwanda

ดังที่กล่าวไป ว่าจุดขายหลักของ Rwanda นอกจากแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์มากแล้ว ยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างเผ่า Tutsi กับเผ่า Hutu

แต่ Landmark สำคัญในวันนี้ของ Rwanda เห็นจะเป็นอุทยานแห่งชาติในบริเวณป่ารอยต่อ 3 ประเทศ คือ Uganda Rwanda Congo มากกว่ากรุง Kigali ครับ

เพราะบรรยากาศในกรุง Kigali ปัจจุบัน แม้ความเศร้ารันทดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จะเจือจางลงมากแล้ว ทว่า ความเงียบเหงาของเมืองยังคงมีให้เห็นท่ามกลางการพัฒนาที่ค่อนข้างรวดเร็ว โดย Landmark ของกรุง Kigali ก็คือพิพิธภัณฑ์ Genocide และโรงแรม Mille Collines สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Hotel Rwanda รวมถึงย่าน Nyamirambo ชุมชนมุสลิมโบราณ ที่ตั้งอยู่เชิงเขา Mount Kigali

แม้หลายอย่างในกรุง Kigali จะดูหรูหราอลังการงานสร้าง ทว่า กลับไม่มีสภาพการจราจรติดขัดให้เห็นเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่น ๆ ในแอฟริกา เพราะปริมาณรถที่มีน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนจำนวนประชากรทั้งหมดของทั้งกรุง Kigali และกระทั่งประเทศ Rwanda ในภาพรวม

อีก Landmark หนึ่งนอกกรุง Kigali  ก็คือทะเลสาบ Kivu ทะเลสาบใหญ่ที่สุดของ Rwanda อยู่ในเมืองตากอากาศ Kibuye ภูมิประเทศโดยรอบของ Kibuye และ Rwanda คือเนินเขาและป่าทึบอับเขียวชอุ่มพุ่มไสว เป็นป่าชื้นที่ต้นไม้ขึ้นสลับเรียงกันต่ำสูงคละเคล้ากันไปเหมือนขั้นบันได โดย Kibuye ได้รับฉายาว่า “ดินแดนพันเขา” หรือ Land of a Thousand Hills

และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของ Rwanda คือ Landmark อันดับหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติในบริเวณป่ารอยต่อ 3 ประเทศ คือ Uganda Rwanda Congo โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาล Rwanda ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามการค้า Gorilla อย่างเข้มแข็งเพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์ Gorilla ที่หลงเหลือในโลกไม่ถึง 1,000 ตัว มาพร้อมระบบบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบคือ การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อจัดเก็บประวัติและดูแลสภาพแวดล้อม โดยจัดทัวร์หารายได้ โดยให้นักท่องเที่ยวเดินป่าเข้าหา Gorilla กับโปรแกรม Gorilla Tracking

โปรแกรม Gorilla Tracking นั้น ในหนึ่งวันจะโควต้าให้นักท่องเที่ยวเดินป่าเข้าไปได้แค่ 48 คนเท่านั้น ดังนั้น โปรแกรม Gorilla Tracking นี้ จึงต้องมีการจองล่วงหน้ากันเป็นปี ๆ เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวทั้ง 48 คน จะถูกแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 8 คน โดยมีอุทยานแห่งชาติ 16 คนประกบนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น เพื่อนำเข้าโปรแกรม Gorilla Tracking หรือการ “บุกป่าฝ่าดงเพื่อแกะรอย Gorilla”

การที่ต้องอาศัยเจ้าหน้ที่จำนวนมากเช่นนี้หลายคนก็เพราะในหนึ่งทีมประกอบด้วยนักแกะรอย และทหารพิทักษ์นักท่องเที่ยวท่ามกลางสภาพของป่าดงดิบที่เป็นทั้งดงและทั้งดิบนั่นเอง

ความที่โปรแกรม Gorilla Tracking เป็นทั้งดงและทั้งดิบ นั้นก็เพราะไม่การทำทางให้เดินเหมือนอุทยานแห่งชาติของหลายประเทศ นักท่องเที่ยวต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ถางป่าเพื่อแกะรอย Gorilla กันเอาตามมีตามเกิด เมื่อบุกป่าฝ่าดงมาด้วยกัน ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับจาก โปรแกรม Gorilla Tracking จึงประทับใจไม่รู้ลืมนั่นเองครับ

ส่งท้ายสำหรับแฟนต้นคิดครับ

จากสุวรรณภูมิ บินเข้า Rwanda ได้ด้วยสายการบิน Kenya Airways ไปลงกรุง Nairobi แล้วต่อเครื่องบินเล็กเข้า กรุง Kigali หรือจะใช้ Qatar Airways และ Emirates Airline เพื่อไปเปลี่ยนเครื่องที่ Qatar หรือ Dubai เพื่อเข้า Kigali ก็ได้

ในส่วนของ VISA ไป Rwanda ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ https://visalist.io/thailand/visa-requirements/rwanda พร้อมกำเงิน 30 US Dollars เพื่อขอ VISA แบบ On Arrival ครับผม