ถกประเด็น “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” : เรานับถือศาสนาที่คำสอนหรือรูปเคารพ?

อีกครั้งแล้วที่เรื่องศาสนากลับมาเป็นประเด็นให้ถกเถียงกันในสังคมวงกว้าง กับประเด็นเรื่อง “พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” ผลงานศิลปะของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่ไม่พอใจของกลุ่มคนที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา ในทางกลับกันก็กลายเป็นประเด็นให้ Discuss กันอย่างน่าสนใจ และคนหลายกลุ่มที่มองว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ในทางที่ดีบวกกับให้กำลังใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับรูปภาพเหล่านั้นคือ ถูกปลดออกจากงานแสดงนิทรรศการศิลปะ “เต๊อะเติ๋น” ที่จัดขึ้นที่เทอร์มินอล โคราช เนื่องจากถูกวิจารณ์ในประเด็นว่าภาพวาดสื่อไปในทางดูหมิ่นศาสนา ไม่เหมาะสม ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย และนักศึกษาเจ้าของผลงาน พร้อมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้เดินทางไปวัดบึง (พระอารามหลวง) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อกราบขอขมาพระประธานในอุโบสถ และพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับชี้แจงประเด็นและคอนเซปต์ของภาพวาดว่า “ต้องการสื่อให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่เหมือนอุลตร้าแมน ที่สามารถอดทนต่อสิ่งเร้ารอบด้าน ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้กับมนุษย์ ทำให้โลกมนุษย์สงบสุขได้”

เป็นภาพที่น่าสลดหดหู่กว่าภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมนซะอีก

เป็นการกระทำที่ไม่ได้ส่งผลดีให้กับใคร และเป็นการทำลายจินตนาการของศิลปินคนหนึ่งไปเลย

ประเด็นนี้ทำให้เราต้องหันกลับมาถามสังคมและตัวเองให้หนักขึ้นกว่าเดิม ว่าสุดท้ายแล้วเรานับถือศาสนาเพราะอะไรกันแน่?

สิ่งที่เราเป็นกันมาก็คือ เกิดขึ้นมาก็มีศาสนาติดตัวเสียแล้ว กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ จะด้วยครอบครัวหรือสังคมอะไรก็แล้วแต่ นี่คือสิ่งที่หล่อหลอมกันมานานตั้งแต่อดีต

ศาสนาถือเป็นสถาบันที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยที่แข็งแกร่งมากสถาบันหนึ่ง ไม่ว่าวิถีชีวิต ประเพณีหลาย ๆ อย่างมีศาสนาพุทธมาเกี่ยวโยงด้วยเสมอ แต่เมื่อวันหนึ่งเราเกิดอยากตั้งคำถามกับหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจากศาสนา เราทำได้มากน้อยแค่ไหน? หรือเราจะต้องเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างนั้นแบบไม่มีข้อโต้แย้ง

“ดูหมิ่นศาสนา” “ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย” “ลบหลู่พระพุทธเจ้า”  คำพวกนี้ไม่ได้เพิ่งมามีเมื่อไม่นานนี้หรอก แต่เป็นคำที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีใครซักคนเริ่มไปแตะประเด็นศาสนาไม่ว่าจะด้วยคำพูด บทความ ข่าว สื่อบันเทิง หนัง ละคร เพลง ย่อมต้องมีดราม่าตามมา ดูอย่างภาพยนตร์หลายเรื่องที่เล่นเรื่องศาสนา มีฉากที่ทำให้ภาพลักษณ์ของพระสงฆ์สื่อไปในทางที่ไม่เหมาะสม ก็โดนแบนโดนสั่งให้ตัดฉากโน้นนี้ออกไปไม่รู้กี่เรื่อง

แต่หันจากจอแก้วจอเงินมามองความจริง ข่าวฉาวเกี่ยวกับวัด พระสงฆ์ คนที่ใช้ศาสนาหากิน มีให้เกลื่อนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไปหมด

คำสอนหลักของศาสนาที่มุ่งเน้นให้คนเดินทางสายกลาง มีศีลให้ปฏิบัติตามเพื่อการไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งกายวาจาใจ กับภาพที่ออกมาจากผู้เป็นตัวแทนในการสืบทอดศาสนามันต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า สิ่งที่นำเสนอออกมาทางสื่อต่าง ๆ เหล่านั้นในฐานะเรื่องสมมติ กับข่าวจริงตัวจริงที่มีอยู่ทุกวันในสังคม สิ่งไหนที่ทำให้ศาสนาเสื่อม?

ถึงกับมีคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านโซเชียลว่า “เพียงรูปภาพรูปเดียว จะสามารถสั่นคลอนสถาบันที่อยู่มา 2,500 ปีได้เชียวหรือ”

เรานับถือศาสนาเพราะรูปเคารพหรือคำสอน

สิ่งนี้อาจจะต้องตั้งคำถามกับตัวเอง เวลาเรานำศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้ไปในทางที่ดี เรายึดตามคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือเรายึดรูปเคารพ?

บางคนอาจจะซีเรียสกับเรื่องแบบนี้มาก ๆ จนลืมแก่นแท้ไปแล้วว่าความจริงรูปเคารพ พระพุทธรูป เหรียญห้อยคอ ศาสนวัตถุต่าง ๆ เป็นเพียงตัวแทนแบบรูปธรรมที่ทำให้ศาสนาจับต้องได้ก็เท่านั้น เพราะแก่นแท้จริงแล้วก็คือหลักธรรมคำสอนต่างหาก

ศาสนาทุกศาสนาบนโลกเต็มไปด้วยคนนับถือที่มาจากหลายชาติหลายวัฒนธรรม รูปเคารพก็เปลี่ยนไปตามกายภาพของคนในสังคมนั้น ตั้งแต่เริ่มมีพระพุทธรูปองค์แรกเกิดขึ้นก็มีลักษณะทางกายภาพตามแบบชาวกรีกด้วยซ้ำไป (เพราะประติมากรจากกรีกเป็นผู้สร้าง ณ แคว้นคันธาระ หรือประเทศอัฟกานิสถาน และปากีสถานในปัจจุบัน) มีหน้าแบบฝรั่ง ผมหยิก ว่ากันว่าเป็นสาเหตุให้รูปวาดและรูปปั้นพระพุทธเจ้ามีผมเป็นก้นหอย พระพุทธรูปในจีน อินเดีย ไทย พม่า กัมพูชา หน้าตาไม่เหมือนกันซักประเทศ แถมมีหลายปางแล้วแต่ศิลปินจะสร้างสรรค์ แล้วแต่คนจะเลือกกราบไหว้

ถึงแม้หลายคนอาจไม่พอใจ แต่ต้องยอมรับว่ารูปวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนไม่ได้ส่งผลเสียในทางศาสนาด้านไหนเลย

ภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมนเป็นเพียงภาพวาดที่แสดงจินตนาการของศิลปิน ในคอนเซปต์ที่เปรียบพระพุทธรูปเป็นเหมือนฮีโร่แบบอุลตร้าแมน ที่ผดุงความยุติธรรม ต่อสู้กับตัวร้าย และไม่ทิ้งอุดมการณ์

คนที่นับถือพุทธศาสนาและเห็นว่ารูปวาดนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อาจต้องลองมองอีกมุมว่านี่เป็นเพียงการแสดงออกของนักศึกษาคนหนึ่ง การที่มีรูปวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนเกิดขึ้นหนึ่งรูปบนโลกไม่ได้ทำให้พุทธศาสนามีการเปลี่ยนแปลงในด้านไหนเลย ไม่ได้ส่งผลเสีย ไม่ได้ทำให้คนเลิกศรัทธาในศาสนา ไม่ได้ทำให้พระพุทธเจ้าแปดเปื้อน ไม่ได้ทำให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไป เป็นรูปวาดที่ไม่ได้ต้องการให้ใครมากราบไหว้

สิ่งจะที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือยิ่งเป็นการผลักคนหลายกลุ่มให้ห่างไกลศาสนาออกไปอีก

ในยุคนี้ที่สังคมเริ่มเกิดการตั้งคำถามต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นกระแสวงกว้างง่ายขึ้นได้ด้วยโซเชียลมีเดีย การ Discuss เกี่ยวกับศาสนาเป็นอีกประเด็นที่เกิดขึ้นแทบตลอดเวลา บางครั้งจบลงด้วยดี บางครั้งก็ไม่ได้เกิดความเข้าใจอะไรกันมากขึ้น ยิ่งมีประเด็นพระพุทธรูปอุลตร้าแมนออกมายิ่งทำให้เห็นว่าผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนาทำให้ศาสนาเป็นสถาบันที่อ่อนไหว เปราะบางมาก ๆ ไปเสียแล้ว

อาจต้องลองถอยออกมาดูไกล ๆ กว่าเดิม คนเริ่มตั้งคำถามกับศาสนาเพราะอะไร? ทุกวันนี้ศาสนา วัด มันกลายเป็นแบบไหนไปแล้ว? หายากแล้วที่จะเข้าไปในวัดแล้วเจอโบสถ์ วิหารที่โล่งสะอาดตา เพราะสิ่งที่เห็นทุกที่ก็คือกล่องรับบริจาค การทำบุญกับวัดที่คล้ายธุรกิจเข้าไปทุกที หรือบางทีก็จะเจอคนหัวหมอที่หากินกับความศรัทธาของคน การใช้สังฆทานเวียน การใส่บาตรที่เป็นหนึ่งในโปรแกรมของกรุ๊ปทัวร์ หรือที่หนักเข้าไปอีกก็คือข่าวฉาวของพระสงฆ์มีให้เห็นทุกวัน ผู้สืบทอดศาสนาที่เป็นต้นเหตุทำให้ความน่าเลื่อมใสลดน้อยลงเสียเอง ไม่เห็นจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ

เลยไม่แปลกใจหากคนจะเกิดคำถาม และเลือกที่จะหันไปหาอะไรก็ตามที่เป็นรูปธรรม สัมผัสได้ สามารถนำมาใช้ได้จริง มาเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตแทนศาสนา

ถือเป็นอีกประเด็นที่ทำให้เห็นว่าที่จริงแล้วคนเข้าใจธรรมชาติของศิลปะน้อยมาก ที่น่าตกใจกว่าคือหลายคนยังให้ความสำคัญผิดเรื่องและไม่ได้เข้าใจศาสนาด้วยซ้ำไป

.

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.facebook.com/artforhistory/posts/646486902079407/
https://en.wikipedia.org/wiki/Greco-Buddhist_art