‘อเล็กซ์ อัลบอน’ กดดันแต่ท้าทาย

ฤดูกาลนี้เป็นปีที่ผมกลับมาติดตามเอฟวันมากที่สุดในรอบ 5 ปี ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือมีนักขับไทยของเราลงบนเวทีแข่งระดับโลก ไม่ต่างอะไรกับการอดนอนดู ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ ในสมัยเด็ก การตามเชียร์ ‘พี่บอล ภราดร’ ในสมัยวัยรุ่น รวมถึงลุ้นผลของ ‘โปรเมย์ เอรียา’ ในยุคนี้

ย้อนไปในช่วงที่ ‘เรดบูลล์ เรซซิ่ง’ ประกาศดัน อเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ มาเป็นนักขับในทีมใหญ่ร่วมกับ แม็กซ์ เวอร์สตัพเพ่น เมื่อเดือนสิงหาคม ฟีดแบ็คของแฟนๆเอฟวันฝั่งยุโรป หลายคนสบประมาทนักขับไทยของเราเอาไว้เยอะ บางคนมองแม้กระทั่งว่า อเล็กซ์ขึ้นชั้นมาได้เพราะบริษัทแม่ของเรดบูลล์มีคนไทยถือหุ้นใหญ่

นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดได้ แต่หลังผ่านพ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการแข่งขันที่เบลเยี่ยม คำสบประมาทเหล่านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นคำชื่นชมภายในเวลาชั่วข้ามคืน

จริงอยู่ครับการได้รถที่ดี ต้องทำให้ผลงานดีขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าลืมว่า การเปลี่ยนรถจาก STR14 ของโตโรรอสโซ่ มาเป็น RB15 ของเรดบูลล์ แม้จะเป็นทีมในเครือเดียวกัน แต่ใช่ว่าพอมานั่งในค็อกพิตของเรดบูลล์แล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม

หลังจบรอบฝึกซ้อมรอบแรกที่สปาเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่อเล็กซ์ได้ขับรถ RB15 (ก่อนหน้านี้ใกล้เคียงที่สุดคือการฝึกซ้อมกับเครื่องซิมูเลเตอร์) เขาบอกว่าต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขับและจัดระเบียบความคิดใหม่หมด เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจกับรถ นี่เป็นเหตุผลที่ว่า รถดีใช่ว่าใครมาขับแล้วจะเร็วเหมือนกันหมด มันขึ้นกับคนขับด้วยว่าควบคุมรถได้ดีแค่ไหน

ในวันแข่งอเล็กซ์โชว์ฟอร์มแซงคู่แข่งได้สวยๆหลายช็อต หลังเข้าพิตเปลี่ยนยางซอร์ฟออกมาวิ่งในช่วงครึ่งทางหลัง โดยเฉพาะจังหวะแซง ริคคิอาร์โด ในจุดที่ปกติแล้วไม่ได้เป็นจุดแซง รวมถึงจังหวะมุดขวาลงหญ้าแซง เปเรซ ที่ความเร็วทะลุ 300 กม./ชม. หลังออกจากโค้ง Eau Rouge ในรอบสุดท้าย

บางคนอาจจะเถียงว่า ‘ก็แหงแหละ รถเร็วกว่าก็แซงได้เป็นเรื่องปกติ’ แต่บางทีรถที่เร็วกว่า หากนักขับตัดสินใจไม่เด็ดขาด จังหวะไม่ดี รวมถึงโชคไม่เข้าข้าง ก็มีพลาดให้เห็นมาเยอะ แต่อเล็กซ์นิ่งพอและทำได้ดีเสียด้วย

นาทีนี้รถเฟอร์รารี่ดูเร็วที่สุด รองลงมาคือเมอร์เซเดส และเรดบูลล์ จึงทำให้อัลบอน กลายเป็นนักขับเต็ง 6 ของเอฟวันในสนามต่อจากนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ผลงานอันดับ 5 ที่ทำได้ในสนามล่าสุดก็เหมือนเป็นมาตรฐานที่วางเอาไว้ให้กับตัวเอง

มุมหนึ่งมันคือแรงกดดันในช่วง 8 สนามสุดท้ายที่เขาจะต้องรักษาผลงานแบบนี้เอาไว้ แต่อีกมุม มันคือความท้าทายเพื่อไปให้ได้ไกลกว่านั้น เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือการมีที่นั่งรถเรดบูลล์ปี 2020 เป็นเดิมพัน