“เซ็นทรัลวิลเลจ” ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกในไทย

เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Bangkok Luxury Outlet” เป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่คุ้มค่า ในราคาที่ลด 35-70% ได้ทุกวันแบบคาดไม่ถึง แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย พบกับแบรนด์ระดับโลก รวมกว่า 130 ร้านค้า รวมถึงแบรนด์อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัว ของเล่น อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ร่วมด้วยร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ

เพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมในสไตล์ไทยโมเดิร์น มีการเล่นเส้นลายด้วยหลังคาทรงจั่วของไทย ลดทอนลวดลายให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น แบ่งโซนด้วยการตีความเป็นหมู่บ้านต่างๆ ผสานพื้นที่สีเขียวในรูปแบบ Outdoor เพื่อมอบปรากฏการณ์ใหม่ให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งใน World Class Shopping Destination ของโลก

จุดเด่น

  • ความหลากหลายของลักชูรี่แบรนด์ กว่า 130 ร้านค้า ตอบสนองความต้องการของคนทุกเพศทุกวัยทุกสัญชาติได้
  • ราคาที่มาพร้อมส่วนลด 35-70% ในทุกวัน
  • บริการหลากหลายครบวงจร อาทิ ร้านอาหาร, จุดบริการนักท่องเที่ยว, playground, โรงแรม, ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ทำเลที่ตั้งใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 10 นาที ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพเพียง 45 นาที ด้วยทางด่วนและถนนสายหลักหลายสาย เป็นเกตเวย์สู่ภาคตะวันออก และสามารถเดินทางมาจากพัทยาได้ภายใน 75-90 นาที
  • นักท่องเที่ยวสามารถแวะช้อปก่อนเข้าเมือง หรือก่อนกลับไปสนามบินได้
  • มีรถบริการรับ-ส่ง (ฟรี) 2 จุด ได้แก่ เซ็นทรัลเวิล์ด และ BTS สถานีอุดมสุข (มีตารางเวลา)
  • มีที่จอดรถกว้างขวาง และแบ่งโซนชัดเจน

ที่ตั้งเซ็นทรัลวิลเลจ

วิธีการเดินทางมายังเซ็นทรัลวิลเลจ

  • สามารถเดินทางมาขึ้นรถบริการรับ-ส่ง (ฟรี) มายังเซ็นทรัลวิลเลจ ที่เซ็นทรัลเวิล์ด (ประตู D, ชั้น 1) ได้
  • รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) : สามารถโดยสารมาจากสถานีใดก็ได้ แล้วมาลงที่สถานีอุดมสุข (สายสุขุมวิท) ทางออก 1,3,5 เพื่อต่อรถบริการรับ-ส่ง (ฟรี) มายังเซ็นทรัลวิลเลจ
  • รถยนต์ส่วนตัว : มาได้หลายเส้นทาง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ centralvillagebangkok.com
  • แท็กซี่ และ รถโดยสารประจำทาง สาย 558
  • อีกหนึ่งทางเลือกคือโดยสารแอร์พอร์ตลิ้งก์ มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และต่อแท็กซี่มายังเซ็นทรัลวิลเลจได้

ตัวอย่างแบรนด์สินค้า

แผนที่ภายในเซ็นทรัลวิลเลจ : www.centralvillagebangkok.com/stores

Food Village

Food Village เปรียบดั่งศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่รวบรวมร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังเอาไว้มากมาย ทำให้มีเมนูให้เลือกรับประทานหลากหลาย แต่ก่อนที่จะซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มใน Food Village จะต้องแลกเงินเป็นคูปองแทนเงินสดก่อน แต่ถ้าใครมี True Wallet ก็สามารถใช้จ่ายผ่านทางแอปพลิเคชั่นได้เลย สำหรับราคาอาหารและเครื่องดื่มที่จำหน่ายใน Food Village จะเริ่มต้นที่ 45 บาทขึ้นไปนั่นเอง

มุมถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาด

1. Siamese Fighting Fish โซน Royal Village “ปลากัด” สัตว์นำประจำชาติไทย ที่พร้อมไปด้วยความสง่า ทรงพลัง และอ่อนช้อย ด้วยสีสันที่สวยงามสะดุดตา ยังจัดว่าเป็นยอดนักสู้ตัวฉกาจ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านพฤติกรรมการต่อสู้ สะท้อนความเป็นไทย ในเรื่องของลักษณะนิสัย “นักสู้” ที่รักชาติและหวงแหนแผ่นดิน

2. My Hometown โซน Metal Village เอกลักษณ์ที่โดดเด่นสิ่งหนึ่งของคนไทยคือ “บ้านเรือนไทย” สถานที่รวมความรักและความอบอุ่น การนำเอา “บานหน้าต่างบ้านไทย” หรือ “บานเหล็กดัด” ในสมัยก่อนมาจัดเรียงใหม่ในรูปแบบสถาปัตยกรรมประยุกต์ ที่จะพาย้อนไปถึงวิถีชีวิตในวัยเยาว์ที่น่าจดจำ

3. Good Luck โซน Weaver Village ภูมิปัญญาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติอย่างหนึ่งคือ “งานจักสาน” ถือได้ว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรม อันทรงคุณค่าของไทยโดยเหตุจากความจำเป็นในการดำรงชีวิต ทั้งในเรื่องของการใช้สอยตามสภาพภูมิศาสตร์ ประสานกับขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ ศาสนา และวัสดุในท้องถิ่นนั้นๆ

4. The Pottery of Wealth โซน Clay Village เครื่องปั้นดินเผา มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ สมัยก่อนเมื่อผู้คนเริ่มขยับขยายออกไปตั้งถิ่นฐาน ห่างจากบริเวณที่ราบลุ่มน้ำ จึงต้องมีการคิดค้นภาชนะ สำหรับเก็บกักน้ำ เราจังมักพบเห็นบ้านเรือนไทย มีโอ่งดินเผา ตั้งเรียงไว้รอรับน้ำฝน สำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวัน และไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน
พร้อมทั้งมีการกล่าวคำอวยพรให้กัน เช่น ขอให้ “มั่ง มี ศรี สุข” แสดงถึงกุศโลบายและภูมิปัญญาไทย ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างหนึ่ง

5. Siam Playground โซน Wooden Village ช้างเป็นสัตว์ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไทย มีความผูกพันกับวิถีชีวิต กันมาอย่างช้านาน ที่คุณหนูๆ จะได้เพลิดเพลินกับสนามเด็กเล่นรูปช้างแสนน่ารัก เป็นจุดแวะพักความสนุกของทุกคนในครอบครัว

ไฮไลท์ห้องน้ำ

  1. Thread Concept เสมือนนำเอาการร้อยของช่างฝีมือ มาเรียงร้อยต่อกันเพื่อให้เกิดดีไซน์แปลกใหม่
  2. Dye Concept แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของการทำผ้ามัดย้อม และเพิ่มความสนุกสนาน เพื่อให้ดูน่าหลงใหล
  3. Weaver Concept การใช้เทคนิคสอดแทรกระหว่างวัสดุสองชิ้น เพื่อให้เกิดลวดลายบนฝ้า เพดาน และพื้น สะท้อนเสน่ห์และเทคนิคของศิลปะช่างไทย
  4. Mold Concept การสร้างรูปแบบของผนัง ให้มีความลึกและตื้นต่างกัน เสมือนงานศิลปะลอยตัวนูนต่ำ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะไทย

ข้อมูลและภาพประกอบจาก www.centralvillagebangkok.com และ facebook : Central Village