คุยกับ ครูเป็ด “เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง” กับ ธุรกิจยิมมวยและศิลปะมวยไทยกับการออกกำลังกาย

ด้วยกระแสความนิยมของกีฬามวยที่ไม่เคยจางหายไปไหน โดยเฉพาะศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีกระแสให้คนได้ติดตามเป็นระยะ ๆ ยิ่งล่าเมื่อมีรายการเกี่ยวกับมวย ก็เหมือนเป็นการปลุกกระแสมวยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งทำให้คนสนใจกันมาก อีกทั้งตอนนี้นอกจากการออกกำลังกายแล้วมีคนสนใจนิยมเข้ายิมเพื่อเรียนมวยกันมากขึ้น

Tonkit360 จึงติดต่อเพื่อพูดคุยกับ ครูเป็ด เจริญ ชูมณี หรือ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง เจริญ ชูมณี อดีตนักมวยไทยชื่อดังและเจ้าของยิมสอนศิลปะมวยไทยเจ้าแรก ๆ ในไทย เกี่ยวกับมวยไทยในสมัยนี้และความเชื่อความคิดเกี่ยวกับการเรียนมวย

เป็นมายังไง 

ผมเริ่มต่อยมวยตั้งแต่อายุประมาณ 11 – 12 ก็ต่อยเล่น ๆ ตามบ้านนอก ต่อยกับน้องชายผม สำราญทอง เกียรติบ้านช่อง คือไปดูมวยตู้กันแล้วอินก็เลยมาต่อยกันเล่น ๆ ช่วงนั้นเรียนมัธยมต้นอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ขึ้นเวทีต่อยไปด้วยเรียนไปด้วย ขึ้นมาต่อยที่กรุงเทพแล้วก็กลับ

หลังจากจบ ม.3 ผมมาเรียนต่อที่กรุงเทพ ที่โรงเรียนวิมุตยารามพิทยาการ แถวบางกอกน้อย จริง ๆ เป้าหมายคืออยากเรียนหนังสือมากกว่าในตอนนั้น แต่ก็ต่อยมวยไปด้วยเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง พูดก่อนว่าโลกสมัยก่อนกับสมัยนี้ไม่เหมือนกันเพราะถ้าเป็นสมัยนี้อาจจะไม่ดังก็ได้

สมัยก่อนเลิกเรียนผมก็นั่งรถเมล์ไปค่ายมวย ช่วงนั้นต่อยมวยผมชนะรวดเลย 20 ครั้งผมไม่แพ้ใครมาแพ้ ฮิปปี้ สิงห์มณี ครั้งแรก แล้วช่วงนั้นได้รู้จักกับพี่ใหม่ เมืองคอน แกชวนไปอยู่ด้วย เป็นตึกแถวอยู่กับเพื่อน ๆ นักมวยหลายคน ช่วงนั้นต่อยมวยก็เริ่มมีคนรู้จักมีชื่อเสียงพอจะมีเงินเก็บประมาณหนึ่ง

ตอนนั้นน่าจะประมาณ ม.5 ผมได้แชมป์เปี้ยนลุมพินีมาเส้นหนึ่ง จากการชนะ พญาน้อย ศ.ทัศนีย์ ช่วงนั้นก็ต่อยมวยไปเรื่อย ๆ จนจบ ม.6 ก็ไปต่อที่ราชภัฏจันทรเกษม ได้รู้จักกับวันเผด็จ ผู้ครองฟ้า ผ่านเพื่อนนักมวยอะไรแบบนี้ ช่วงนั้นกำลังดังเลยล่ะต่อยมวยได้ทีเป็นหมื่นเป็นแสน มาได้แชมป์อีกครั้งหนึ่ง ชนะเทอดเกียรติ ศิษย์เทพพิทักษ์ ตอนนั้นก็ยังเรียนไปด้วยอยู่นะ

มีอาจารย์ พุฒ ล้อเหล็ก ช่วยสอนให้ ช่วงนั้นยิ่งมีชื่อเสียงคนชอบเยอะ มันก็เป็นกำลังใจให้ฝึกซ้อม แล้วผมก็ไม่ใช่คนเกเรขี้เกียจ ผมตั้งใจซ้อม ต่อยมวยไปด้วยเรียนไปด้วยผมว่าก็สนุกอีกแบบหนึ่ง ถ้าเป็นสมัยก่อนนักมวยที่เรียนจบมีน้อยมาก

มาแชมป์ที่ 3 ตอนนั้นต่อยกับ สมศักดิ์ เมืองสุรินทร์ และช่วงใกล้เลิกก็ได้มาต่อยกับ ราม่อน เดกเกอร์ นักมวยจากเนเธอร์แลนด์ ได้เป็นแชมป์สภามวยไทยโลก หลังจากนั้นก็เลิกต่อยพร้อมเรียนจบมหาวิทยาลัยพอดีจากราชภัฏจันทรเกษม ครุศาสตร์ เอกพละ แล้วมาคิดต่อว่าจะทำอะไรดีถ้าทำงานออฟฟิศคงได้เดือนละหมื่นกว่า ๆ

ก็เลยไปเป็นครูสอนมวยที่ยิมแถวพระราม3 ก็มีนักมวยดังคนอื่น ๆ มาสอนด้วย พร้อมกับเป็นอาจารย์ฝ่ายกีฬาที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้ประมาณหนึ่งปี หลังจากนั้นก็หันมาเปิดยิมเอง คือตรงนี้ที่แรก เปิดได้ประมาณ 15 ปีแล้ว ช่วงนั้นผมเป็นเจ้าแรก ๆ เลยไม่มีใครทำ คนเรียนน้อยประมาณวันละคนสองคน ทำมาเรื่อย ๆ คนก็เยอะขึ้น มีดาราเข้ามาเรียนด้วยคนแรกสุดที่จำได้คือ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร มาเรียนไปเพื่อใช้ในการแสดง และหลัง ๆ มาก็มีดารามาเรียนเยอะขึ้น นางแบบก็มี

ตอนนี้มีกี่ที่แล้ว ?

ก็คือที่นี่คือที่แรก(เหม่งจ๋าย) ที่ถัดไปคือที่เกาะสมุย เขาหลัก สนามบินน้ำ แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายมานั่งคุยกับเพื่อนลองเปิดเป็นแฟรนไชส์ดูมั้ย ก็เลยจัดตั้งบริษัทแล้วขายแฟรนไชส์ ก็คือทำยิมตกแต่งยิม มีอุปกรณ์ มีครูมวยที่หาให้เขาจะได้เป็นรูปแบบเดียวกัน

คนนิยมเรียนมวยกันมาก ?

ช่วงพีค ๆ ผมว่าน่าจะช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะกระแสหลัก อีกทั้งคนอยากดูแลตัวเองอยากออกกำลังกาย อย่างน้องวิวได้เหรียญเทควันโดโอลิมปิก ช่วงนั้นพ่อแม่ก็ส่งลูกเรียนเทควันโดกันเยอะ มวยก็เหมือนกัน แล้วผมก็แนะนำพี่ ๆ น้อง ๆ คนอื่น ๆ ด้วยให้เปิดยิมมวยไทย เพราะส่วนใหญ่มีวิชาก็ไปทำงานเมืองนอกไปเป็นบอดี้การ์ด ผมคิดว่าภาพลักษณ์ของนักมวยมันไม่ดี

ศิลปะมวยไทยต้องเป็นศิลปะประจำชาติ ทำร้านอาหารของยังมีเน่ามีเสีย เรามีวิชามวยของมันไม่เน่าไม่เสียเราถ่ายทอดได้ แล้วต่อยมวยก็ทั้งออกกำลังกายและลดน้ำหนักแถมยังได้วิชามวย ของผมก็เอาฟิตเนสเข้ามานิดหน่อยแต่หลัก ๆ คือสอนมวยมากกว่า

เรื่องการดูมวย แต่ก่อนกับปัจจุบัน

ส่วนใหญ่คนไปดูที่ลุมพินี ราชดำเนิน ช่องเจ็ดสี อ้อมน้อย ช่วงสมัยก่อนนั้นไปดูกันเยอะ รุ่นนี้เป็นมวยตู้เขาก็นั่งดูทีวีกันได้ เล่นพนันหน้าตู้กันเลยไม่ต้องไปเล่นในสนาม เมื่อก่อนคนไปดูก็เยอะไปเล่นพนันก็มาก คนที่ตั้งใจไปดูก็อยากไปเชียร์แต่สมัยนี้กีฬามวยมันเป็นการพนันไปมากกว่า มีเรทเหมือน ๆ กับฟุตบอล สมัยก่อนอยู่ในค่ายมวยรุ่นพี่ไปต่อยไหนเราก็ตามไปเชียร์เข้าสนามได้หมด ทุกวันนี้เข้าไม่ได้มันแย่เก็บค่าเข้าจ่ายไม่คุ้ม ภาพลักษณ์วงการมวยมันต่ำลง ทุกอย่างมันเป็นธุรกิจไปหมด

เรื่องของธุรกิจยิมมวยวันนี้

คนเข้ามาเยอะขึ้น 2 – 3 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างดีขึ้น ช่วงก่อน ๆ แย่หน่อยเพราะยิมมวยเยอะ เศรษฐกิจไม่ดี เรื่องยิมที่ผุดขึ้นก็เกลื่อนไปหมด ทุกวันนี้ใครก็เปิดได้หมด แต่เขาจะไม่ได้วิชามวยเท่าที่นี่

ที่นี่ของผมก็เปิดเป็นรอบ 10.00 – 12.00 น. กับ 14.00 – 21.00 น. สองรอบหลัก ๆ แบ่งเป็นคอร์ส คอร์สละ 6,000 บาท 30 ชั่วโมง ส่วนใหญ่คนนิยมมาช่วงเย็นกัน

เรื่องกระแสความนิยมมวยส่งผลดียังไง

ส่งผลดีต่อวงการ กับคนเรียน ความเข้าใจของพ่อแม่เวลาลูกขอเรียนมวยพ่อแม่จะไม่ให้เรียนนะ กลัวลูกเจ็บ ผมบอกให้เด็กกลับไปบอกพ่อแม่เลย เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เขามาออกกำลังกายไม่ใช่เลือดสาดแบบในทีวี และทุกวันนี้คนมาเรียน 80% เป็นผู้หญิง

เยาวชนเดี๋ยวนี้ไปมั่วสุมกันผิด ๆ ถูก ๆ มันต้องดูแลสุขภาพแล้ว ผมเอง 50 ปี บางทีลูกศิษย์มาผมก็สอนเองให้มันได้เหงื่อได้ออกกำลังกาย บางทีไปต่างจังหวัดมาแล้วอ้วนขึ้น เราต้องรักษาภาพลักษณ์เราด้วยไม่ใช่เป็นเจ้าของยิมมวยแต่อ้วนเผละ ต้องดูแลตัวเองด้วยจะไปบอกแต่ลูกค้าไม่ได้