[รีวิว] Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw จะดีกว่านี้ถ้าไม่ใช้ชื่อ’ฟาสต์’

Fast & Furious หนังรถแข่งที่ควบคู่มาพร้อมกับอาชญากรรม โจรกรรม ในรูปแบบใช้รถซิ่ง จากภาคแรกจนมาถึงภาคปัจจุบันก็ร่วม 8 ภาคเข้าไปแล้ว และสิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือภาคแยกสำหรับ Hobbs & Shaw ที่ไม่ได้เป็นตัวละครหลักมาตั้งแต่ภาคแรกกลัได้เป็นตัวหลักในหนังภาคแยก ที่อาศัยชื่อ Fast & Furious มาเป็นคู่บุญในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเราจะได้เห็นรถที่หรู รถที่แรง แต่ภาคแยกนี้กลับขายแอคชั่นกันอย่างโจ่งแจ้งจนลืมนึกถึงรถที่ใช้ไปเลย กลายเป็นหนังที่ฉีกออกไปไม่ขายรถแรง ๆ รถหรู ๆ แล้ว แต่ขายอาชญากรรมที่ทำให้โลกล่มสลายแล้ว Hobbs กับ Shaw ต้องร่วมมือกันทำภารกิจนั้นให้สำเร็จลุล่วงและโลกต้องปลอดภัยแทน

อารมณ์ของหนังภาคนี้จะต่างออกไป เราจะเห็นในตระกูล Fast & Furious แล้วว่า Shaw เป็นใครมาจากไหน ครอบครัวเขาคือใคร แต่ส่วนของ Hobbs นั้นกลับไม่มีใครรู้ รู้เพียงแค่ว่าเป็นตำรวจที่ไฟแรง แต่พื้นเพจริง ๆ แล้วเขาคือใคร ซึ่งภาคนี้จะขยายความที่มาของ Hobbs ซะมากกว่า และขยายครอบครัวของ Shaw ออกไปด้วยว่ามีใครบ้าง พร้อมกับวางบทตัวร้ายที่โหดและยากที่จะปราบได้ ถือเป็นการวางตัวร้ายเพื่อสานไปถึงภาคต่อของ Hobbs & Shaw แต่ว่าถ้ารายได้ไม่ถึงเป้าที่วางไว้ อาจจะเป็นไปได้ว่าตัวร้ายนั้นจะไปโผล่ในภาคหลัก แต่ถึงยังไงถ้าไปโผล่ในภาคหลักนั้นจะทำให้หนังดูเปลี่ยนไปเลยไม่เหมือนภาคก่อน ๆ

ถึงใครจะบอกว่าตั้งแต่ภาค 4 มาก็หลุดคอนเซปหนังรถไปแล้วนะ แต่จริง ๆ แล้วภาคก่อน ๆ เราจะเห็นรถว่ามีรุ่นไหนบ้าง เท่ขนาดไหน แรงขนาดไหน อลังการขนาดไหน แต่ภาคแยกกลับไม่มีให้เห็นเลยถึงมีก็น้อยมากสำหรับหนังเรื่อง Fast ซึ่งถ้าเรื่องนี้ไม่ใช้ชื่อฟาสคงจะพอรับได้แต่พอมาใช้กลับกลายเป็นว่าทำเละเทะจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ๆ เลย แทบจะเป็นหนัง Impossible ไปเลยก็ว่าได้ แต่ถึงยังไงนักแสดงในภาคเสริมก็ยังขายได้อยู่เสมอต่อให้เล่นหนังอะไรรายได้ก็ถล่มทลายอยู่ดี

ส่วนบทหนังภาคแยกนั้นก็ช่างอ่อนปวกเปียกซะเหลือเกิน แต่ไม่ใช่ว่าไม่ดีไปซะหมดเนื่องจากหนังต้องการเกริ่นที่มาของตัวละครและปูเรื่องของตัวร้ายที่จะสานไปถึงภาคต่อ หนังเลยค่อนข้างเนิบ ๆ พร้อมกับมุกแป้ก ๆ ที่ทำให้อารมณ์คนดูเฉย ๆ ได้ทั้งเรื่อง แต่ในต่างประเทศอาจจะมีเสียงฮาก็ได้เพราะความตลกในหนังจะมาจากคำพูดของตัวละครซะส่วนใหญ่ถ้าดูซับไตเติ้ล ดูพากย์ไทยก็คงเฉย ๆ แต่ถ้าแกะคำพูดจริงจะรู้เลยว่าช่วงไหนมันน่าขำจริง ๆ ไม่มีขำสั้น ๆ แน่นอน

รวมถึงในภาคนี้มีตัวละครพิเศษที่บอกได้เลยว่าพิเศษจริง ๆ เพราะเขาทั้ง 2 ค่อนข้างโด่งดังมากในยุคนี้ โดยคนแรกก็จะเป็นคนที่งานชุกชุมซะเหลือเกินแถมแสดงกับนักแสดงแม่เหล็กมาแล้วหลายคนถ้าบอกถึงผลงานจะรู้เลยว่าใครทันที เพราะเอกลักษณ์การแสดงของคนนี้ไม่มีใครแทนได้ รวมถึงอีกคนที่บอกได้เลยว่าเหมือนเป็นนักแสดงคู่บุญกับ Dwayn Johnson เลยก็ว่าได้อีกทั้งปีนี้ก็มีผลงานของเขาร่วมกับ Dwayn Johnson อีกด้วย เพียงแต่ยังไม่ฉายเท่านั้นเอง ถ้าอยากรู้ว่าเป็นใครบทจะฮาแตกขนาดไหนต้องลองไปดู

สุดท้ายที่อยากจะบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ไม่ใช้ชื่อ Fast เป็นตัวแบกก็ดังได้แถมจะดังกว่าด้วยซ้ำ พอมีชื่อ Fast มาเป็นองค์ประกอบร่วมเลยทำให้ไม่สุดสักทาง เป็นไปได้อยากให้คงคอนเซปต์ไว้เหมือนเดิมแล้วจะทำให้หนังเรื่องนี้ดูดีขึ้นเป็นกอง

คะแนนความน่าดู 7/10