เรื่องของคนที่ปล่อยให้ “ปม” กัดกินตนเอง

วันนี้มีเรื่องมาเล่าค่ะ เป็นเรื่องของวงดนตรีสองวง วงแรกชื่อ Metallica ส่วนอีกวงชื่อ Megadeth เป็นวงเฮฟวี่ เมทัล ทั้งสองวงและถ้าใครอายุ 35 ปีขึ้นและชอบฟังเพลงแนวนี้ย่อมรู้จักสองวงนี้เป็นอย่างดี และ น่าจะรู้เรื่องที่กำลังจะเล่าต่อจากนี้ด้วย แต่วันนี้ผู้เขียนอยากจะมาเล่าให้คุณผู้อ่านที่เป็นน้องๆวัยรุ่นฟัง เพราะเรื่องราวของทั้งสองวงนี้ก็ถูกพูดถึงในหนังสือขายดีที่ชื่อ “ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง”

เรื่องราวที่ว่าคือความขัดแย้งของสองวงนี้ เร่ิมต้นจากความขัดแย้งภายในวง “Metallica” ที่มีต่อ เดฟ มัสเทน มือกีต้าร์ ซึ่งในยุคที่กำลังรุ่งเรืองนั้น มัสเทน มีประวัติไม่ค่อยดีนักในเรื่องเหล้า และ ยาเสพติด ทำให้เพื่อนร่วมวงคุยกันอย่างเงียบๆว่าจะปลด มัสเทน และ หามือกีต้าร์มาแทนทีหลังจากที่อัลบั้มแรก บันทึกเสียงเสร็จ..

ใช่ค่ะเป็นอัลบั้มแรกภายใต้ชื่อวง ที่ มัสเทน เองก็ร่วมก่อตั้งมาถึงตรงนี้แล้วคุณผู้อ่านน่าจะพอรู้ได้ว่า มัสเทน เจ็บปวดขนาดไหน แต่ก็คงไม่เท่ากับความรู้สึกของเจ้าตัวเอง

หลังถูกไล่ออกจากวงพร้อมความรู้สึกที่ถูกเพื่อนหักหลัง มัสเทน แปรเปลี่ยนเอาความแค้นนั้น มาตั้งวงดนตรีใหม่เป็นของตนเองชื่อว่า Megadeth และแทบจะในทันที ทั้งสองวงต่างก็เป็นคู่แข่งที่ไล่กันมาในวงการเพลงเฮฟวี่ เมทัล  ถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่า มัสเทน ประสบความสำเร็จแล้วใช่ไหมค่ะ คำตอบคือ ใช่ถ้าหมายถึงผลงาน แต่อีกคำตอบคือไม่ใช่ ถ้าหมายถึงใจของ มัสเทน

เพราะตลอดระยะเวลา ที่สร้าง Megadeth เพื่อแข่งขันกับ Metallica นั้น มัสเทน ไม่ได้รู้สึกว่าใจตัวเองถูกเติมเต็มแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกว่า Megadeth ต้องดีกว่า ต้องเหนือกว่า แต่ทุกครั้งเขาก็รู้สึกแพ้ Metallica ทุกครั้งไป แน่นอนว่าปมในใจของ มัสเทน กับการถูกขับไล่จากวงนั้นรุนแรงนัก มันเหมือนกับเขาไม่ได้รับการยอมรับในกลุ่มที่เขาอยากอยู่ และ ถูกคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนหลอกใช้

ระยะเวลาหลายปีที่ Megadeth  แข่งกับ Metallica แม้ว่าวงจะประสบความสำเร็จ แต่ ปมของ มัสเทน กลับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนเกินจะแก้เหมือนอย่างที่ เคิร์ก แฮมเมต มือกีต้าร์ ที่มาแทนที่  มัสเทน เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “ผมมองว่าเดฟ นั้นคือคนที่น่าสงสาร เขาไม่เคยหลุดพ้นจากความรู้สึกของตัวเองได้เลย เขาโกรธ เขาอารมณ์เสีย ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Metallica”

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกคุ้นๆถึงคนที่อยู่รอบๆตัวคุณบ้างไหมค่ะ หรือ รู้สึกถึงสิ่งที่ตัวเองเป็น เพราะปัจจุบันนี้คนแบบ เดฟ มันเทน นั้นมีอยู่มาก ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปม เป็นพลังขับเคลื่อนซึ่งเป็นพลังทางด้านลบ และส่งผลต่อความรู้สึกในใจ ที่ต่อให้ขึ้นไปสูงแค่ไหน ก็ไม่เคยรู้สึกอิ่ม เท่าไรก็ไม่พอ เพราะพวกเขาไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่พยายามจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น

แม้ว่าปัจจุบัน ด้วยเวลา และ วัย ทำให้ วง Mettalica และ เดฟ มัสเทน หันหน้ากลับมาขึ้นเวทีร่วมกันได้แล้ว แต่เชื่อเถอะค่ะว่ายังคงเป็นไปแบบไม่สนิทใจได้สักเท่าไรนัก เพราะต่างฝ่ายต่างก็สร้างบาดแผล ให้กันและกัน  และถ้าคุณต้องเจอคนแบบ เดฟ มัสเทน ก็ขอให้พึงระลึกเสมอว่า ศัตรูที่ร้ายที่สุดของพวกเขาก็คือตัวเขาเอง มิใช่คุณหรือใคร

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ