เมื่อสังคมสูงวัย จะอยู่กันยังไง

ไม่น่าเชื่อนะครับคำกล่าวที่ว่า ขอให้อายุยืนยาว อาจไม่ใช่คำอวยพรสุดฮิตในอนาคต เพราะหากรู้ความจริงที่ต้องเผชิญต่อไป คนยุคเราอาจชักไม่อยากอายุยืนยาวมากๆ แล้วก็เป็นได้

จากบทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กที่ว่า อีกประมาณ 11 ปีข้างหน้า หรือเมื่อถึง ค.ศ.2030 ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคที่มีสัดส่วนประชากรในประเทศมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์กลายเป็นคนสูงอายุ แถมยังเป็นประเภทที่มีปัญหาในการดำรงชีพด้านเศรษฐกิจอีกด้วย

สาเหตุก็สืบเนื่องมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำมากของคนไทย ที่หลายสิบปีหลังคนอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงจนอัดแน่น ชีวิตต้องต่อสู้แย่งชิงกันเรื่องงานและการใช้ทรัพยากร จนไม่มีเวลาจะคิดเรื่องปั๊มลูก ประชากรในวัยทำงานจึงมีแนวโน้มจะขาดช่วงในอนาคต

จริงๆปัจจุบันก็ขาดอยู่แล้ว ประเภทแรงงานฝีมือหรือที่เรียกว่ามีความสามารถ เพราะบ้านเราเสียอัตราแรงงานชายฉกรรจ์ส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่ไปกับการเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปัจจุบันยิ่งมีแกร๊บ ไลน์แมนเพิ่มขึ้นเป็นทางเลือกเป็นอาชีพที่หาเงินง่าย

ทีนี้ก็ต้องเตรียมตัวว่าเศรษฐกิจจะเดินต่อไปได้อย่างไร หากขาดแรงงานในการขับเคลื่อน และการมีพลเมืองคนทำงานจำนวนน้อย แต่ต้องหาเลี้ยงคนจำนวนกว่าหนึ่งในสี่สูงวัย ที่จะไม่ได้ทำงาน

หากมองเป็นปัญหาก็ใช่ แต่หากจะมองว่าคือโอกาสในการเตรียมตัวที่เราจะก้าวเข้าสู่สังคมยุคใหม่ก็พอจะปลอบใจตัวเองไปได้ เพราะอย่างน้อยๆยังพอมีเวลาเตรียมรับมือกับปัญหาอีกสิบปี

วิธีที่อาจจะพอบรรเทาปัญหาคนสูงวัยล้นประเทศ ให้คิดแบบกำปั้นทุบดินคือก็คือต้องทำคนแก่ ส่วนหนึ่งให้ยังไม่เป็นคนแก่ ด้วยวิธีค่อยๆขยายเวลาเกษียณ เดี๋ยวนี้คนแก่ที่ยังแข็งแรงทำงานได้สบายมีเยอะ ที่ยังฟิตปั๋งก็ต่ออายุเอาไว้ดูแลการทำงานของวัยรุ่น ก็ช่วยชะลอได้ส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องวางแผนให้ชราอย่างมีคุณภาพ คือส่งเสริมให้รักษาสุขภาพกันให้จงหนักด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะไปสิ้นเปลืองงบประมาณสาธารณะสุขของประเทศต่อเนื่องไปอีกทอด

การใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีก็อีกทาง กับอีกทางเลือกคือนำแรงงานจากต่างชาติเข้ามา ซึ่งต่อไปในอนาคตนั้นพรมแดนของแต่ละชาตินับวันมีแต่จะจางลง การเดินทางและทำงานระหว่างประเทศนั้น มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็ต้องเตรียมตัวเตรียมประชากรเราให้พร้อม เรื่องทักษะ เรื่องภาษา ให้สามารถทำงานกับพวกเขาเหล่านั้นให้ได้

การเตรียมตัวและวางแผนรับมือกับโครงสร้างประชากรและโครงสร้างแรงงานของเราที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนั้น เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับมือกันให้ดี

พวกเราเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ถึงวันนั้นอาจถือว่าโชคดีที่ได้แก่ แต่แก่แล้วต้องไปลำบากอีกก็คงไม่มีใครอยากให้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน.