ตั้งสติ เตรียมสตางค์ หากต้องตกงานในวัยมิควร

ช่วงนี้หลายคนอาจจะเกิดอาการผวาเล็กน้อยเพราะหลายองค์กรเริ่มมีข่าวการปิดตัว หรือ ลดพนักงานเพื่อพยุงสถานการณ์ของธุรกิจให้เดินไปต่อเเล้วเรื่องการปลดคนก็เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนกังวล เพราะส่วนใหญ่แล้ว องค์กรใหญ่ ๆ มักเลือกปลดพนักงานอายุมาก หรือมีโครงการพิเศษสมัครใจออกเพื่อรับเงินชดเชย

อาจจะด้วยเงินเดือนที่เยอะเมื่ออยู่มานาน หรือ ว่าคนเก่าพัฒนาไม่ทันยุคทันสมัย และเริ่มไม่มีไฟในการทำงานเหมือนเด็กรุ่นใหม่ จบใหม่ไฟแรงก็ตาม

เพราะฉะนั้นเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับตัวเอง เพื่อรองรับสถานกาณ์ฉุกเฉิน หรือ สถานการณ์จำเป็นที่ต้องเผชิญ หากโดนออกจากงานในอายุมาก หางานใหม่ยาก เราต้องทำยังไง

อ่ะ อ่ะ อ่ะ…..คนที่อายุน้อยก็ควรอ่านนะจ๊ะ เพราะเราจะได้เตรียมพร้อมก่อนที่จะถึงวัยที่อาจจะเกิดหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตได้ อย่างดี ไม่สะดุดหกล้มยามแก่

การเตรียมตัวรับมือหากเริ่มรู้ว่าเราอาจจะต้องตกงานตอนแก่

1. เรื่องทักษะเสริมเป็นเรื่องที่ควรต้องมีติดตัวทุกคน ไม่ว่าอายุมากหรือ อายุน้อยก็ตาม เช่น การชงกาแฟ ทำผม หรือ ทำอาหาร ทำขนม เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่หลายคนพยามหาทักษะพิเศษ หรืองานอดิเรกไว้ให้ลูก ๆ เพื่อให้รู้ว่าเรามีความชอบ หรือ ความสามารถทางด้านอื่นใดอีก และ มีความสามารถทางด้านไหนที่สามารถสร้างรายได้ให้เราได้อีกช่องทางหนึ่งบ้าง นอกจากงานประจำ

2. ศึกษาสวัสดิการที่เรามีกับบริษัททั้งหมด ทั้ง กองทุนเงินสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม หรือ สหกรณ์ หากกรณีที่ต้องออกจากงาน เราจะสามารถรับสิทธิ์ประโยชน์จากสวัสดิการใดบ้าง รวมทั้งหากตกงานสามารถไปแจ้งกับประกันสังคมเพื่อรับเงินชดเชยตามสิทธิ์

3. ศึกษาการลงทุนในแต่ละรูปแบบ ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย และทุกสถานการณ์ เพราะการเรียนรู้การลงทุนจะทำให้เรา สามารถรู้ช่องทางการสร้าง Passive Income ในยามที่เราอาจจะไม่มี Active Income บางครั้งเราควรมีเงินก้อน สำหรับเพื่อเรียนรู้การลงทุน นั่นหมายความว่าเงินก้อนนี้ ต้องเป็นเงินเย็นที่หากคุณเกิดสูญเสียไป จะไม่กระทบสภาพคล่อง เพื่อที่จะเป็นเงินที่คุณสามารถทดลองการลงทุนในแต่ละแบบที่คุณสนใจ หรือ เข้าใจ

4. จัดการระบบ และ วินัยทางการเงินใหม่ หากตอนที่เรามีเงินเดือน เราอาจจะใช้จ่ายไม่คิด แต่เมื่อมีเหตุให้ออกจากงาน ก็ควร ดูรายจ่ายทั้งหมด และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไปก่อน ถ้าเกิดเหตุตกงาน แม้แต่ค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นต้องเสียก็ควรตัดทิ้งซะ เช่น บัตรเอทีเอ็มที่มีมากเกินจำเป็น หรือ การผิดนัดชำระหนี้ใด ๆ ที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

5. ศึกษากฏหมายแรงงานไว้บ้าง เพื่อที่จะทราบสิทธิ์ หรือ กฏหมายเกี่ยวกับการค่าชดเชยหากบริษัทเลิกจ้างโดยที่พนักงานไม่มีความผิด

6. ตั้งธงระยะเวลาที่เราต้องหางานใหม่ให้ได้ โดยคำนึงถึงจำนวนเดือนที่เราสามารถว่างงานได้ หากเราเงินเก็บที่มากพอ จนสามารถที่จะรองานที่ชอบ หรืองานที่ใช่ได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากเราไม่ได้มีเงินเก็บมากนัก ก็ควรที่จะหางานที่เราพอทำได้ และ ได้งานให้เร็วที่สุด เพื่อตั้งหลัก และ เริ่มต้นกับการบริหารชีวิตใหม่

เรื่องตกงานอาจจะดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่จะใหญ่มากกว่าหากเราไม่มีการเตรียมความพร้อม หรือ เตรียมตัวรับมือ ตั้งสติ ดูสตางค์ แล้วเริ่มต้นแบบที่ไม่ต้องสนใจใครจะมองว่าเราเป็นยังไง เราอาจจะได้ทำงานที่เล็กกว่าหน้าที่การเงินเดิม แต่ไม่ใช่แปลว่าเราจะมีความสุขแบบเดิมที่เป็นไม่ได้ หรือบางครั้งวิกฤตอาจจะทำให้เราเจอเส้นทางความสุขที่เราไม่เคยคาดคิดก็ได้ ใครจะรู้