DNA ตระกูลแลมพาร์ด

บุรุษที่น่าจะเป็นจุดสนใจมากที่สุดในการออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่นี้ คงไม่แคล้วเป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือหนุ่มผู้ได้รับโอกาสท้าทายที่สุดในชีวิต ก้าวขึ้นมาคุมทีมยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี

แม้จะมีประสบการณ์มากมายในฐานะนักเตะแต่อาชีพผู้จัดการทีมของ “แลมพ์” ยังเริ่มได้ไม่นานนักมีผลงานชัดเจนกับ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้เคาน์ตี้เพียงแค่ซีซั่นเดียวเท่านั้นกระดูกจะแข็งแกร่งพอหรือไม่ทุกคนคงพลอยตั้งข้อสงสัย

ที่สำคัญเขายังต้องเจอสถานการณ์กระหน่ำซ้ำเติมคุมทีมปั๊บก็ต้องเสียนักเตะหัวใจสำคัญอย่างเอแดนอาซาร์ให้เรอัลมาดริดไปในทันทีมิหนำซ้ำยังเจอโทษแบนของทีมซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพไม่ได้เสียอีกอะไรมันจะมีอุปสรรคขนาดนั้น

“สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” คือประโยคที่ใช้บำรุงหัวใจกุนซือหนุ่มผู้นี้ให้พอมีหวังต่อไปได้แต่เชื่อเถอะว่าชื่อของเขาคงไม่แคล้วอยู่ในลิสต์ตัวเต็งที่จะถูกไล่ออกเป็นรายแรกๆเมื่อเริ่มต้นฤดูกาลอย่างไม่ต้องสงสัย

ทุกคนรอดูว่าโฉมหน้าทีมของ “แลมพ์” จะออกมาเป็นอย่างไรไม่เพียงเฉพาะแฟนเชลซีเท่านั้นหรอกแฟนทีมอื่นๆก็ด้วย

ผมดูบอลมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของเขาแฟรงค์แลมพาร์ดซีเนียร์ยังเป็นฟูลแบ็คให้เวสต์แฮมอยู่จนต่อมาผันตัวเป็นโค้ชผู้ช่วยของแฮร์รี่เร้ดแน็ปป์จนกระทั่งมาดูแฟรงค์แลมพาร์ดจูเนียร์เล่นและกลายเป็นผู้จัดการทีมในที่สุดมีความผูกพันอยู่ไม่มากก็น้อยและคงอดเอาใจช่วยเขาไม่ได้

ผมมองว่าโจทย์สำคัญหรือคีย์แอเรียที่แลมพ์จะต้องตีให้แตกมีสองจุดในทีมจุดแรกก็คือผู้เล่นในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ที่จะขึ้นมารับบทแทนเอแดนอาซาร์ในระบบ 4-2-3-1 ที่ปรับมาเขาจะเลือกใครและใครคนนั้นจะทำหน้าที่แทนได้ดีขนาดไหนกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุกที่อยู่หลังหัวหอกไม่ว่าจะเป็นรอสบาร์คลี่ย์ที่มาใส่หมายเลข 8 เบอร์เดียวกับตอนที่แลมพาร์ดยังเล่นอยู่รวมทั้งรูเบนลอฟตัสชีคหรือเมสันเมาต์ก็ตามที

จุดที่สองคือตำแหน่งศูนย์หน้าที่จะต้องหาคนยิงสลุตให้ได้จากตัวเลือกที่มีอยู่ 3 คนในทีมคือโอลิวิเยต์ชิรูด์, มิตชี่บาตซูอายี่และแทมมี่อบราฮัมภาวนาว่าให้โผล่ขึ้นมาซัดประตูต่อเนื่องสักคน

โจทย์ของ “แลมพ์” ไม่ง่ายเลยแต่ถ้าเขาต้องการเป็นกุนซือชั้นยอดนี่คือโอกาสดีที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองแล้วหวังว่าด้วย DNA ตระกูลแลมพาร์ดและกองเชียร์ “สิงห์บลูส์” ทั้งปวงที่หนุนหลังเขาจะทำได้ใกล้เคียงกับคำว่า “ประสบความสำเร็จ”