ศึกชิงความเป็น ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’

ภาพจาก twitter: @officialpes

ปัจจุบัน ‘ฟุตบอล’ กลายเป็นธุรกิจกีฬาที่มีมูลค่าสูงอันดับต้นๆของโลก ไม่แปลกที่ในรอบปี 2019 นักฟุตบอลกลายเป็นอาชีพที่ทำรายได้สูงที่สุด 3 อันดับแรกในบรรดานักกีฬาทั่วโลก ฉะนั้นอะไรที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่ง ‘ชื่อ’ ในวีดีโอเกม

ข่าวใหญ่ในวงการเกมที่แม้กระทั่งสื่อหลักอย่างบีบีซีเองยังต้องนำเสนอ คือการที่ Konani ค่ายเกมของญี่ปุ่นผู้สร้างเกมฟุตบอล PES (Pro Evolution Soccer) หรือที่เด็กในยุคผมรู้จักกันในชื่อ ‘วินนิ่ง’ ประกาศเซ็นสัญญาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ สโมสรยูเวนตุส แชมป์สคูเต็ตโต้ 8 สมัยล่าสุด

ผลที่ตามมาคือ FIFA20 เกมฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลกของค่ายคู่แข่งอย่าง EA ที่เตรียมเปิดตัวในวันที่ 27 กันยายนนี้ จะหมดสิทธิ์นำทุกอย่างที่เป็นลิขสิทธิ์ของยูเว่มาใส่ในภาคนี้ ตั้งแต่ โลโก้ ชุดแข่ง และสนามแข่ง แต่ยังดีที่ชื่อและใบหน้านักเตะยังสามารถใช้ชื่อจริงได้ ไม่ต้องใช้ ‘ชื่อแทน’ ให้งงไปมากกว่านี้

EA ประกาศแล้วว่าใน FIFA20 ภาคใหม่นี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะสังกัดทีม Piemonte Calcio รวมถึงชุดและโลโก้ของยูเว่จะต้องถูกออกแบบขึ้นมาใหม่เพื่อเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์ เหมือนกับใน FIFA19 ที่ โบคา จูเนียร์ ทีมดังของอาร์เจนติน่า ต้องใช้ชื่อ ‘Buenos Aires’ เพราะ Konani ทำสัญญาแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับโบคาเอาไว้นั่นเอง

แม้ ‘ทุน’ ของ Konani ไม่มีทางเทียบยักษ์ใหญ่อย่าง EA ได้ แต่ในช่วง 1-2 ปีมานี้ พวกเขาลุยเซ็นสัญญาแบบ ‘exclusive partnership’ กับแต่ละสโมสรมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้แม้จะเป็นพาร์เนอร์กับทีมดัง อย่าง บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น มาแล้ว แต่เป็นสัญญาแบบ ‘official partnership’ เท่านั้น

การใช้ ‘ชื่อแทน’ แทนชื่อจริงของทีมและนักเตะในเกม ในมุม PES ของ Konani ถือเรื่องธรรมดามากๆครับ เพราะพวกเขาแทบจะไม่ได้ลิขสิทธิ์ลีกดังในยุโรปเลยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ชื่อทีมดังใน PES2019 ส่วนใหญ่เป็นชื่อแทนทั้งสิ้น อาทิ London FC คือ เชลซี และ Man Blue คือ แมนฯซิตี้ เป็นต้น

ทว่าในมุมของค่าย EA ครั้งนี้เหมือนโดนเด็กตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะ 25 ปีที่ผ่านมา EA ไม่เคยเสียท่าให้กับคู่แข่งมากขนาดนี้มาก่อน นี่แหละครับสงครามช่วงชิงความเป็น ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’ ที่มีอยู่ในทุกๆวงการ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการเกม!