เทรนด์รักษ์โลกไม่จำเป็นต้องสร้างข้อจำกัด

ช่วงนี้ถ้าใครไปซื้อของตามซุปเปอร์มาร์เกตหรือห้างค้าปลีกทั้งหลายต้องไม่ลืมพกถุงผ้าหรือถุงพลาสติกส่วนตัวไปด้วยนะคะเพราะมีหลายแห่งที่เริ่มรณรงค์งดให้ถุงพลาสติกกันอย่างจริงจังแล้วอย่างสัปดาห์ที่แล้วทีมงานTonkit360 ได้นำเสนอกราฟิกอินโฟกับห้างสรรพสินค้าที่รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกกันอย่างจริงจังแต่ถ้าใครไม่สะดวกก็ต้องซื้อถุงใช้เอา

นับเป็นเรื่องที่ดีนะคะสำหรับกระแสรักษ์โลกและหันมาใส่ใจสภาพแวดล้อมกันมากขึ้นแต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้วแล้วจะให้นึกว่าวันนี้คนไทยจะหันมารณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติกคงนึกภาพไม่ได้ขนาดนี้เช่นกันเพราะความรู้สึกของคนไทยเมื่อต้องไปซื้อในห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เกตการได้ถุงใส่สินค้าคือการบริการอย่างหนึ่งถึงขนาดที่บางห้างจะต้องดีไซน์ถุงของตนเองตามเทศกาลเลยทีเดียว

แต่เมื่อมาถึงวันที่รณรงค์งดใช้ถุงเราก็มากันได้สุดทางจริงไม่มีถุงให้เลยต้องพกถุงมาเองเมื่อเป็นแบบนี้ก็เกิดคำถามกับคนที่ต้องเข้าไปซื้อของด้วยความจำเป็นหรือต้องซื้อโดยไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อซื้อแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีถุงผ้าติดตัวมาด้วยยิ่งคุณผู้ชายที่ไม่ได้มีกระเป๋าถือหรือเป้ติดตัวชีวิตก็ลำบากมาขึ้นไปอีก

ที่เจอล่าสุดคือคุณผู้ชายที่ต้องมาซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตและด้วยความไม่รู้ว่าในวันดังกล่าวเป็นวันที่รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกก็ทำให้เกิดภาพที่ทุลักทุเลพอสมควรเมื่อพนักงานต้องหากล่องมาใส่ของให้คุณผู้ชายท่านนั้นหลายท่านคงนึกในใจว่าผู้ชายคนนั้นไม่เตรียมตัวเองช่วยไม่ได้หรือผู้ชายคนนั้นไม่ติดตามข่าวสารหรือถ้าร้ายแรงไปอีกผู้ชายคนนั้นไม่มีจิตสำนึกเรื่องรักษ์โลกเลย

อย่าไปนึกอะไรแบบที่กล่าวมาเลยค่ะแต่ละคนต่างมีเหตุจำเป็นไม่เหมือนกันแต่การที่เรามาสุดทางโดยไม่เปิดทางเลือกให้เหลือน่าจะไม่เป็นทางดีมากสักเท่าไรนักแม้ว่าการปลูกจิตสำนึกรณรงค์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจะเป็นเรื่องดีก็น่าจะเหลือทางเลือกให้บ้าง

ทางเลือกที่ว่าคือให้คนที่ไม่ได้เตรียมตัวมาต้องจ่ายค่าถุงพลาสติกที่ต้องใส่ของให้เพื่อให้พวกเขาได้เห็นถึงคุณค่าของถุงพลาสติกว่าไม่ใช่การบริการที่ทางร้านค้าต้องให้บริการอีกต่อไปแต่เป็นการบอกพวกเขาทางอ้อมว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นมันมีมูลค่าที่ต้องเสียไปด้วยและน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าไปสุดทางถึงขนาดไม่มีถุงให้เลยแล้วต้องเกิดภาพทุลักทุเลเห็นคนถือของใส่กล่องออกมาจากห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เกต

ผู้เขียนเองเชื่อว่าหลายท่านที่เคยผ่านการใช้ชีวิตต่างประเทศมาคงมีประสบการณ์ซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตหรือห้างสรรพสินค้าโดยที่ต้องยอมจ่ายเงินซื้อถุงกันมาแล้วและการที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อถุงทำให้เราใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่ามากขึ้นเหมือนกับประสบการณ์ของน้องที่รู้จักกันท่านหนึ่งกับการซื้อรองเท้าที่ร้านดังในลอนดอนร้านนั้นมีชื่อว่าLilly White กับถุงใส่รองเท้าราคา1 ปอนด์(50 บาท)

ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเลือกรองเท้าที่พอใจได้เรียบร้อย2 คู่ต่อแถวจ่ายเงินพนักงานถามว่าจะเอาถุงไหมมีให้เลือกสองแบบ(สองราคา) น้องมันก็พอรู้มาบ้างว่าซื้อของเมืองนอกต้องเสียเงินค่าถุงสุดท้ายก็เลยเลือกถุงทีมีลักษณะคล้ายกับถุงของIkea ราคา1 ปอนด์ใส่รองเท้าเดินออกจากร้านมาเรื่องนี้ผ่านมาเกือบ10 ปีแล้วแต่เจ้าน้องคนนั้นยังคงใช้งานถุงใบดังกล่าวได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาแถมยังบอกด้วยว่า

ใบละหนึ่งปอนด์ต้องใช้ให้คุ้มแต่ก็เพราะไอ้เจ้าถุงใบนี้ทำเอาผมเลิกใช้ถุงพลาสติกไปเหมือนกันมันอาจไม่สะดวกเหมือนเก่าแต่ก็ทำให้รู้ว่ากว่าถุงหนึ่งใบกว่ามันจะย่อยสลายได้นี่นานพอตัวเลยขนาดเจ้าถุงใบนี้ใช้มาเกือบสิบปีแล้วมันยังทนได้ขนาดนี้นับประสาอะไรกับขยะที่เราสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ละพี่

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ