ผ่านแล้วผ่านไปอย่าอาลัย

รถเมล์คันที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยไป อย่าวิ่งตาม ยืนรอสักหน่อยเดี๋ยวคันใหม่ก็มา

แน่นอนว่าเมื่อความสัมพันธ์จบลงทุกคนต่างต้องเจอกับอาการฟูมฟาย การลืมไม่ได้ในทุกวูบของการกระทำมักจะมีภาพสะท้อนความสุขของคนทั้งคู่ที่เคยทำเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน คล้ายอาการหลอน ใช่! ไม่ต่างจากความหลอนเลย เพียงแค่มองไปที่โซฟาตัวหนึ่งตัวนั้นคุณอาจจะโดนปะทะด้วยภาพความสุขของคุณกับเขานั่งคลอเคลียกัน ทั้งที่ตอนนี้มันว่างเปล่า

ทำไมคนเราใช้เวลาปัจจุบันอาลัยอาวรณ์ในสิ่งที่ผ่านมาเสมอ
ทำไมไม่ยอมรับและใช้ปัจจุบันเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่กำลังจะเข้ามาหาในอนาคต

จริงอยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะฟูมฟายไปกับความอกหัก ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกบทเพลง ทุกโมเมนต์จะกลับมาโจมตีให้ยิ่งฟูมฟายหนักเข้าไปอีก กว่าจะหลุดพ้นก็ใช้เวลาอย่างยาวนาน ซึ่งแน่นอนในห้วงเวลานั้นคุณจะจมดิ่งอยู่กับอดีตโดยไม่มองถึงการฟื้นคืนในอนาคต ความสุขอันหอมหวานจากอดีตกลับกลายเป็นเรื่องขมขื่นในเวลานี้

จำเอาไว้ว่าอดีตนั้นไม่มีทางหวนกลับ อดีตมีแต่จะไกลห่างจากคุณออกไปด้วยเวลา อนาคตต่างหากที่กำลังเข้าใกล้คุณเรื่อย ๆ นั่นคือสิ่งที่ควรโฟกัสอีกทั้งยังเป็นการเยียวยาตัวเองไปในตัว

เอาสายตาส่ายส่องทางข้างหน้าไว้เถิด การจากไปของใครสักคนอาจเป็นเหตุเพราะการกำลังมาของใครสักคน รถเมล์คันที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปอย่าดิ้นรนวิ่งตาม เหนื่อยเปล่า ๆ ยืนรอที่ป้ายตั้งตารอคันใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามาดีกว่า

ไม่ใช่ความผิดที่จะคิดถึง ไม่ใช่ความผิดที่จะอาลัยอาวรณ์อดีตที่หอมหวานที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเสียว่าเราได้ใช้เวลาตรงนั้นศึกษาตัวเอง และเก็บมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับเรื่องในอนาคตถือเป็นเรื่องดีกว่าแน่นอน ประตูทุกบานไม่ได้มีไว้ปิด แต่ยังมีไว้เพื่อเปิดด้วย