[รีวิว] Men In Black หรือเรื่องนี้คือการโยนหินถามทาง

Men In Black หนังที่เคยแจ้งเกิด Will Smith มาแล้ว มาภาคนี้ได้นักแสดงแม่เหล็กอย่าง Chris Hemsworth มาเป็นผู้แบกหนัง แต่แท้จริงแล้วคนที่แบกหนังได้มากที่สุดไม่ใช่ Chris Hemsworth แต่เป็น Tessa Lynn Thompson ซะมากกว่า เหมือนเรื่องนี้เป็นการดึงนักแสดงที่โด่งดังจากค่าย Marvel มาแสดงเพื่อดึงฐานแฟนๆ ให้มาได้ดูกันในบทบาทที่แปลกไปกว่าเดิม

MIB เป็นเรื่องราวขององค์กรชายชุดดำที่คอยควบคุมและปราบปรามเหล่าเอเลี่ยนที่มาจากต่างดาว แต่เรื่องราวในภาคนี้มันอยู่ที่ Agent M รับบทโดย Tessa Lynn Thompson นั้นต้องการเข้ามาทำงานที่นี่เพราะในวัยเด็กเธอเคยพบเจอเอเลี่ยนมาก่อนและหลงไหลในความเป็นอยู่ของพวกมัน ที่สำคัญเขายังไม่โดนล้างความทรงจำทั้งๆที่เห็นเอเลี่ยนต่อหน้าต่อตา ด้วยความสามารถของเขาที่ถวิลหาอยากจะทำงานที่นี่ เขาเลยกลายเป็นเด็กฝึกงานคู่กับ Agent H รับบทโดย Chris Hemsworth โดย Agent H รู้สึกถึงบางอย่างที่ขาดหายไปซึ่งเขาก็หาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

เรื่องราวก็ตามแบบฉบับหนัง Hollywood ทั่วไปที่มีการหักมุม หักหลัง คนที่คิดว่าไม่ใช่ตัวร้ายกับกลายเป็นตัวร้ายหลักในเรื่อง ซึ่งถ้าดูบทแล้วช่างไม่มีอะไรที่ต่างกับหนังทั่วๆ ไป แต่ในเรื่องราวของหนังมีการสอดแทรกความเท่าเทียมอยู่ในหนัง ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงที่อยู่ในองค์กร MIB หรือ Men In Black ทำไมต้องชื่อนี้? Woman ไม่ได้หรอ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาใช้ชื่อนี้กันมาอย่างยาวนานก็เลยไม่มีใครเขาสงสัยกัน ซึ่งภาคนี้จะอวยผู้หญิงมากซะส่วนใหญ่เพื่อให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายก็ได้นะที่รับบทบาทในการปราบเอเลี่ยน ผู้หญิงก็ทำได้ดีแถมดีกว่าซะด้วย

ส่วนนักแสดงอย่าง Liam Neeson ที่บอกได้เลยว่ายิ่งแก่ยิ่งดังผลงานยิ่งเยอะ ปากบอกไม่รับแสดงบทบู๊แล้วฉันแก่แล้ว พอมารับบทนี้ก็เลยไม่บู๊เลยแต่…. ไม่บอกดีกว่าเดี๋ยวสปอยล์ บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ขาด Liam Neeson ไปไม่ได้จริงๆ แต่ก็ยังคงคาแรกเตอร์อยู่เหมือนเดิม ทำให้ผมรู้สึกสงสัยอยู่แปลกๆ ว่าคนอย่าง Liam Neeson เขานั้นจะชอบรับบทที่ใช้โทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นลายเซ็นต์ของเขาไปแล้วหรือเปล่า ถ้าถามว่าจ่ายตังค่าตั๋วเพื่อมาดู Liam Neeson คุยโทรศัพท์ก็ยอมนะ มันดูเท่โคตรๆ เลย

ส่วนฉากแขวะหนังเรื่องอื่นของค่าย Marvel ก็มีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นตอน Agent H โยนค้อนเครื่องมือช่างไปแล้วบอกกับศัตรูว่าไม่คิดเลยว่าจะรับได้ ไม่แน่อนาคตเราอาจจะเห็นฉากนี้ในหนังทุกๆ เรื่องที่เขาแสดงก็ได้ รวมถึงบทบาทที่เขาแสดง มีความรู้สึกว่าคล้ายคลึงกับ Will Smith มากๆ ในบทบาทนี้ เพียงแต่ว่าเขาแสดงดูเป็นคนเบื่อโลกไปหน่อย ซึ่งต่างจาก Agent M ที่ตั้งใจมาทำงานที่นี่จริงๆ อาจจะเป็นตัวจุดประเด็นในภาคต่อๆ ไปที่ทำให้ Agent H เปลี่ยนแปลงตัวเองก็เป็นได้

และที่สำคัญในหนังเรื่องนี้จะขาดใครไปไม่ได้เลยนอกจาก Pawny ตัวเบี้ยที่ไร้ราชินีบอกได้เลยว่าเป็น MVP ของหนังเรื่องนี้จริงๆ บทบาทคล้ายกับ กรู๊ทผสมแรคคูน ใน Guardian of the Galaxy ยังไงอย่างงั้นเลย และที่สำคัญมันน่ารักมากไม่ดูน่ารำคาญเลยด้วยซ้ำ

ถ้าถามว่าจะมีภาคต่อมั้ยบอกได้เลยว่าน่าจะมีถ้ารายได้มากพอ เพราะดูแล้วภาคนี้เป็นการเรียกน้ำย่อยมากกว่า อาหารจานหลักคงมาในภาคต่อไปก็เป็นได้ แต่สำหรับภาคนี้บทหนังดูเบาไปหน่อยและไม่หวือหวา เป็นไปได้อยากให้มีอะไรพีคมากกว่านี้ เพราะตอนนี้แค่กระแส คีอานู รีฟ ก็กลบหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ