ทำไมเราจึงชอบสนใจใคร่รู้ในเรื่องชาวบ้านนัก

ความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และยิ่งกับมนุษย์นั้นการค้นพบถือเป็นการเรียนรู้ที่มีความสำคัญกับชีวิตอย่างมาก และหากตีกรอบให้แคบลงมองถึงแค่เรื่องภายในสังคมความอยากรู้ที่ทุกคนมีติดตัวอยู่ก็คือ เรื่องของคนอื่น

ต่อมเผือกทำงาน

เพราะอะไรทำไม่การได้เผือกเรื่องชาวบ้านนั้นถึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราหูผึ่งได้ทุกครั้งไป ? ไม่ว่ากับใครก็ตามแต่แม้แต่คนที่เราไม่รู้จักมาก่อนหรือโดยเฉพาะกับคนที่มีชื่อเสียงในสังคมการที่เราได้รับรู้เรื่องราวเบื้องลึกของเขามักกระตุกต่อมเผือกให้ทำงานได้อย่างดี

และยิ่งในสมัยนี้เรามีสิ่งเอื้ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเรื่องต่าง ๆ ได้ง่าย การยุ่งเรื่องชาวบ้านจึงกลายเป็นหนึ่งในข่าวสารที่สำคัญกับการรับรู้ของเราไปโดยปริยาย และการรู้เรื่องชาวบ้านที่จะทำให้ทุกคนตื่นตัวกระตือรือล้นที่จะฟังมากที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องเสียหายของบุคคลนั้น ๆ นั่นเอง แต่อีกนัยหนึ่งผู้คนก็มักไม่พอใจเช่นกันหากรู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้านินทาว่ากล่าว

สิ่งที่ได้รับจากการเผือก

ด้วยความว่า ยิ่งรู้มากยิ่งเป็นเรื่องดีต่อตัวเราเอง ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของคนอื่นที่อาจไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราเลยก็ตาม แต่ทำไมลำดับความสำคัญก็ยังรั้งอยู่ต้น ๆ เสมอนะ

  • การเผือกเรื่องคนอื่นให้ความรู้สึกตื่นเต้นเสมอ เมื่อสมองได้ข้อมูลเพิ่มเติมปากก็จะเริ่มคันนิด ๆ
  • เมื่อรับรู้ก็อยากเล่าต่อ ทำให้มีเรื่องได้คุยกับเพื่อน ๆ หรือคนใกล้ตัวอย่างออกรสออกชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนขึ้น
  • การได้กลายเป็นจุดสนใจ เป็นธรรมดาเมื่ออยากรู้อะไรเราก็จะให้ความสนใจคนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น คนที่ถือข้อมูลอยู่กับตัวก็จะรู้สึกเป็นที่น่าสนใจ มีอำนาจ
  • กลายเป็นความรู้สึกมั่นใจเมื่อคนหมู่มากฟังเรา และเมื่อบอกไปแล้วมีคนพร้อมจะเชื่อ ก็อาจมีการใส่ไข่ให้เรื่องเกินจริงยิ่งขึ้น

ประเด็นอะไรที่คนสนใจใคร่เผือก

  • เป็นการอัพเดทประเด็นเพิ่มเติมจากมูลที่มีอยู่แล้ว ยิ่งถ้าได้รับรู้มากกว่าที่เคยยิ่งดี
  • การรับรู้เรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นกับคนอื่น เป็นปัจจัยที่ทำให้เราสบายใจ ว่าคนอื่นนั้นด้อยกว่าเราในเรื่องนั้น ๆ ไม่ว่าจะหน้าตา ฐานะ ความประพฤติ
  • หนึ่งในข้อดีคือ ข้อมูลที่เราได้รับนั้นจะช่วยในการเตรียมรับมือมากขึ้น เช่น อุบัติเหตุ การประสบกับเรื่องต่าง ๆ

การได้เผือกเรื่องของคนอื่นนับว่าเป็นความบันเทิง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหนีไม่พ้นเรื่องข้อเสียหรือความทุกข์ของคนอื่น จะเห็นได้ชัดจากข่าวดาราหรือคนมีชื่อเสียงในสังคม ที่เมื่อเกิดประเด็นขึ้นมาเมื่อใดผู้คนก็ให้ความสนใจและพร้อมที่จะขุดคุ้ยเบื้องลึกเบื้องหลังออกมาโพนทะนา โดยสนใจเพียงแค่ขอแค่ฉันรู้ ขอแค่ฉันได้บอกต่อ ซึ่งในความเป็นจริงคุณก็อาจไม่รู้มูลข้อเท็จจริงของเรื่องที่คุณรับรู้มา และยิ่งในสังคมที่ข้อมูลเดินทางอย่างรวดเร็ว หลายครั้งที่คนในประเด็นได้รับผลเสียจากข่าวซุบซิบมากกว่าเรื่องจริงที่ตัวเขาเองได้ประสบเสียอีก

เพราะอย่างนั้น แน่นอนว่าเราเลี่ยงความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมไม่ต้องพยายามที่จะรู้เรื่องนั้นมากเกินไป สนใจเพียงข้อเท็จจริงจะดีกว่า เพราะหากมองในมุมกลับกันถ้าเราได้ตกเป็นประเด็นเสียเองเราก็คงไม่อยากให้ใครต่อใครมายุ่งเรื่องของเราเท่าไรนัก