พลังมวลชนโซเชียลมีเดียกับการออกตัวป้องฝ่ายที่ตนสนับสนุน

การมีเสรีภาพในการพูดและการแสดงความเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์ แต่ด้วยความไร้การตระหนักถึงความไร้ขอบเขตของ Free Speech อาจนำพาไปสู่การกระทบต่อบุคคลใด่บุคคลหนึ่งได้ แล้วลงท้ายด้วย การถกเถียงโต้แย้งกันด้วย Hate Speech

การใช้เวลาว่างท่องโลกอินเตอร์เน็ตอย่างสังคมโซเชียลในตอนนี้อาจไม่รื่นรมณ์นัก แม้จะเพื่อผ่อนคลายด้วยการเลื่อนดูคลิปหรือภาพตลกขบขัน แต่ไม่วายสายตาต้องพาไปเจอกับหัวข้อการถกเถียงที่มีการเมืองเป็นธีมหลัก เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิด แต่วนเวียนอยู่ในสังคมออนไลน์มาโดยตลอด

รูปแบบของความขัดแย้งผ่านการถกเถียงด้วยแป้นพิมพ์มีมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่น่าสังเกตและจับตามองอย่างมากในช่วงนี้คือขั้วของการเมืองที่ผู้คนมีความเชื่อมั่นและเป็นต้องออกโรงทุกครั้งที่เกิดประเด็นร้อน

พรรคนี้มาแรง สัญชาตญาณบอก

ด้วยความนิยมในพรรคการเมืองหนึ่ง อย่างพรรคอนาคตใหม่ที่มากมายล้นหลามโดยคนรุ่นใหม่เป็นส่วนใหญ่ มีชื่อเสียงด้วยนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงที่เข้าถึงวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นหัวใจหลัก

ทั้งที่เกิดมาจากความโนเนม แต่สามารถปลุกพลังของคนได้ในทุกกระแสสังคมการเมือง ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดกระแสหรือความเคลื่อนไหวใด ๆ บนโลกออนไลน์ ก็มักจะได้รับความนิยมแบบพุ่งกระฉูด เห็นได้จากแฮชแท็กต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและมีความเกี่ยวข้องกับพรรคหรือสมาชิกพรรค เช่น #ฟ้ารักพ่อ

เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนไว้อย่างดี คล้ายการตีโจทย์เกี่ยวกับกระแสออนไลน์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงแม้จะโดนขัดแข้งขัดขาสกัดความมีชื่อเสียงจากฝ่ายอื่นหรือใครก็ตาม ก็สามารถหาทางลงได้อย่างสวยงามและสง่าผ่าเผยได้เสมอ

ถือเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่พรรคใหม่อายุเพียงขวบ สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมและเพิ่มฐานผู้ติดตามและสนับสนุนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

ดราม่า อนาคตใหม่ เป็นเพื่อนกัน

สำหรับคนที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำทุกวันคงไม่มีใครพลาดที่จะเห็นข่าวที่เกิดขึ้นกับพรรค พร้อมกับจำนวนของแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบในตัวพรรคที่โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยแต่เดิมกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นและวัยทำงาน อีกทั้งคนวัยนี้เป็นกลุ่มคนที่อยู่บนโลกโซเชียลมากกว่าคนวัยอื่น ๆ ทำให้เมื่อเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาเมื่อใด ไม่ว่าใครก็พร้อมจะเสริมแรงส่งต่อให้เกิดกระแสที่ถึงแม้ไม่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เบาลงแน่นอน

และเมื่อเกิดการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามถึงตัวพรรคโดยตรง การใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ของพรรคที่ถือเป็นไม้ตายใช้ได้ผลทุกทีไป ด้วยฐานผู้ติดตามที่มีอยู่มาก ที่พร้อมจะออกมาปกป้องและแก้ต่างให้เสมอ

ทำลายตัวเองทางอ้อม

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวลใจอยู่ไม่ใช่น้อย ดังที่เรารู้ว่าการเมืองไทยตอนนี้ถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย และเพราะสาเหตุที่ว่าต่างฝ่ายต่างคิดว่าความคิดของตนเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

ด้วยญัตติและประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นกับตัวพรรคอนาคตใหม่เสมอมา ความร้ายแรงของการด่าทอและดูถูกกันเองของมนุษย์ผ่านการแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลนั้นทวีมากขึ้นทุกวัน หลายต่อหลายครั้งที่การปกป้องด้วยข้อมูลลุกลามไปถึงความก้าวร้าวของวัยรุ่น

ซึ่งดูเหมือนว่าทางพรรคพอใจกับสิ่งที่กำลังเป็นไปอยู่ในขณะนี้ แม้จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม รวมถึงการใช้พื้นที่สื่อเพื่อแสดงออกอย่างไม่หวั่นเกรง กลายเป็นว่าถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอย่างน้อยก็สบายใจเปราะหนึ่งด้วยการมีผู้คนคอยออกมาปกป้องแบบถวายหัว

เอาเป็นว่าแม้อาจจะดูเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวพรรค แต่กับบรรยากาศของสังคมดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม แน่นอนว่าความเกลียดชังกันยังคงอยู่  คนก็ยังซัดกันด้วยการด่าทอและดูถูก ด้วยการเชื่อชุดความคิดที่ตัวเองยึดถือ ปิดรับและถีบส่งข้อมูลจากฝั่งตรงข้าม สุดท้ายอาจไม่เกิดผลดีกับใครเลยสักคน