ความจริงที่คุณต้องรู้ ถ้าอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง

ในยุคสมัยที่ใครๆก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเป็นเจ้านายตัวเอง แล้วมีสักกี่คนที่ไปได้ถึงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ จากรายงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ประจำเดือนมีนาคม นั้นระบุว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น 6,876 ราย และ ยกเลิกกิจการไป 1,075 ราย เป็นตัวเลขเพิ่มและลดที่น่าตกใจทั้งสองฝั่ง โดยธุรกิจที่จัดตั้งกิจการใหม่ 3 อันดับแรกคือ ธุรกิจสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจภัตตาคาร ขณะที่การยกเลิกกิจการ 3 อันดับแรกคือ ธุรกิจอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ

1. เรื่องเจ้าของกิจการขนาดเล็กสองราย ที่ต่างก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง รายหนึ่งประสบความสำเร็จ อีกรายไม่ประสบความสำเร็จ

จากรายงานของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ทำให้เราเห็นว่า ยังมีคนอีกมากที่พร้อมลงสู่สนามการแข่งขันในธุรกิจสำหรับรายย่อย และมีบางส่วนที่อาจถอดใจไปแล้วเพราะสู้ต่อไม่ไหว และ รู้สึกเหนื่อยเมื่อต้องพบว่าสิ่งที่ฝันไว้กับความเป็นจริงนั้นกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน และถ้าให้เห็นภาพชัดขึ้น บทความนี้ขอยกตัวอย่าง กระทู้จากเว็บไซต์ Pantip.com อันเป็นเรื่องเจ้าของกิจการขนาดเล็กสองราย ที่ต่างก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง รายหนึ่งประสบความสำเร็จ อีกรายไม่ประสบความสำเร็จ นับเป็นตัวอย่างที่น่าจะทำให้คนที่กำลังอยากมีธุรกิจเป็นของตนเองได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

รายแรกเป็นพนักงานประจำ ทำงานบริษัทที่ได้เงินเดือนดีระดับหนึ่ง แต่รู้สึกอิ่มตัวเลยลาออกมาเปิดร้านกาแฟ ในจังหวัดบ้านเกิดของสามี ซึ่งต้องเช่าอาคาร และ มีร้านคู่แข่ง แต่ร้านก็มีรายได้ที่ดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าหลังๆจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังพออยู่ได้ แต่เธอก็ยังพยายามหาทางออกให้ตัวเอง เมื่อได้รับข้อเสนอจากทางบ้านเกิดที่อยู่ในอีกจังหวัดหนึ่ง และ คิดว่าจะไปเปิดร้านในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยว แต่ใช้หน้าบ้านตัวเองเป็นร้าน ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่เหมือนปัจจุบัน และคาดหวังว่า คนเดินทางผ่านไปมา และ คนภายในพื่้นที่ที่เธออยู่นั้นจะเป็นลูกค้าประจำ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างไม่เป็นดังหวัง และ เธอเริ่มถอดใจ สุดท้ายหันกลับมาหางานประจำทำ

2. รายแรก ทำกิจการด้วยความรู้สึก ทำให้หลายอย่างที่เกิดขึ้นผิดพลาด ขณะที่รายที่สองนั้นทำตามความตั้งใจ และใช้ต้นทุนที่มีอยู่แล้ว

รายที่สองเป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ และ เริ่มรู้สึกเบื่อการอยู่ในเมืองใหญ่ อยากกลับบ้านเกิดเพื่อทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เธอใช้ความรู้และความถนัดของตัวเอง ด้วยการใช้บ้านของเธอรับเป็นที่สอนพิเศษเด็กเป็นกลุ่ม (โรงเรียนกวดวิชาขนาดเล็ก) เธอใช้ต้นทุนความรู้ที่เธอมีอยู่ และ ประสบการณ์จากที่เธอเคยรับสอนพิเศษมาแล้วสมัยเรียน ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจทางด้านการศึกษาของเธอนั้นไปได้ด้วยดี จนสามารถรับสอนเด็กได้จำนวนเพิ่มขึ้น และ ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจขยาย และปัญหาที่คลาสสิกที่สุดคือเรื่องคน แต่เธอสามารถจัดการได้ เพราะ เธอสามารถสอนแทนคนที่เธอจ้างและไม่มีความรับผิดชอบได้ และ ใช้ประสบการณ์ดั้งกล่าวมาปรับระบบในการพิจารณาคนเข้ามาเป็นครูสอนพิเศษในโรงเรียนกวดวิชาของเธอ ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาของเธอยังคงดำเนินกิจการอยู่และไปได้ด้วยดี

สองตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะเป็นการออกมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง คนหนึ่งทำเพราะรู้สึกเบื่องานประจำ อีกคนรู้สึกไม่อยากอยู่ในเมืองใหญ่ แต่วิธีการเลือกดำเนินกิจการนั้นผิดกัน รายแรก ทำกิจการด้วยความรู้สึก ทำให้หลายอย่างที่เกิดขึ้นผิดพลาด ขณะที่รายที่สองนั้นทำตามความตั้งใจ และใช้ต้นทุนที่มีอยู่แล้ว และ ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด ทำให้การดำเนินธุรกิจสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะเจอกับอุปสรรค

3. วิธีการเริ่มต้นทำธุรกิจต้องอยู่บนความเป็นจริงที่คุณเองต้องยอมรับมันตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็ตาม

การออกมาเปิดธุรกิจเป็นของตนเองนั้น ไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะทำให้ตลาดมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น แต่การออกมาทำธุรกิจไม่ใช่ว่าจะมีเงิน หรือ มีความฝัน แล้วจะประสบความสำเร็จได้เพราะมันคือการวิ่งมาราธอน วิธีการเริ่มต้นทำธุรกิจต้องอยู่บนความเป็นจริงที่คุณเองต้องยอมรับมันตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็ตาม คุณต้องเจอกับอุปสรรค ความเหน็ดเหนื่อย ที่จะทดสอบคุณตั้งแต่ 3 เดือนแรก และ จะยิ่งหนักขึ้นเมื่อถึงเดือนที่ 6 และ ถ้ายังก้าวข้ามไม่ได้คุณต้องอยู่กับมันไปตลอดหนึ่งปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาวัดใจว่าจะเลิกหรือไปต่อ

ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ มักเริ่มด้วยเจ้าของที่มีความฝัน หรืออยากเป็นอิสระ จากข้อจำกัดที่บริษัทใหญ่มักให้ไม่ได้ รวมไปถึงความอยากของคนที่มักมอง การทำธุรกิจในแง่บวกคิดถึงผลกำไร และ การได้ทำอะไรเป็นของตัวเอง หาก รายแรก ทำกิจการด้วยความรู้สึก ทำให้หลายอย่างที่เกิดขึ้นผิดพลาด ขณะที่รายที่สองนั้นทำตามความตั้งใจ และใช้ต้นทุนที่มีอยู่แล้วแล้ว คุณต้องมีแพลน ซี แพลน ดี มารองรับเวลาเจอกับวิกฤตเสียด้วยซ้ำ ถ้าผ่านบททดสอบโหดหินมาได้ คุณก็จะได้ยืนอยู่ในอาณาจักรเล็กๆ ที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยมือของคุณเอง