รูปแบบการลงทุนกับแต่ละช่วงวัย ใครว่าไม่สำคัญ

เราเคยมีบทความที่เล่าถึง สิ่งสำคัญที่ต้องมีสำหรับการเริ่มต้นลงทุนให้เงินของเรางอกเงย ซึ่งถ้าพูดโดยสรุปก็คือ การลงทุนต้องอาศัยเงินต้น  ระยะเวลา และ ความรู้ด้านการเงิน

เงินต้น หรือ เงินก้อนที่เป็นเงินเย็นสำหรับนำมาลงทุน และยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินนั้นในระยะสั้น

เวลา ระยะเวลาจะสัมพันธ์กับดอกเบี้ย หรือ เปอร์เซนต์ของกำไรในการลงทุนแต่ละรูปแบบ เช่น เอาเงินไปลงทุน หรือ ฝากในบัญชีออมทรัพย์พิเศษ ถอนได้จำกัดจำนวน ระยะเวลา 1  ปี ได้ดอกเบี้ย 1.5% เป็นต้น

ความรู้ของผู้ลงทุน เพราะถ้ายิ่งศึกษาทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ทำให้เริ่มต้นลงทุนได้เร็ว รวมทั้งสามารถทำให้เงินเก็บที่มีงอกเงยได้เร็วขึ้นอีกด้วย

แต่เมื่อการลงทุนสัมพันธ์กับระยะเวลา นั่นก็หมายความว่า เราควรลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงวัย ช่วงอายุของเราด้วยเช่นกัน อายุมีผลต่อจำนวนเงินลงทุนที่เราจะใช้ และ ยังส่งผลต่อรูปแบบการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่แต่ละช่วงวัยสามารถรับได้อีกด้วย

วัยเริ่มทำงาน 22-30 ปี

เป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง และ ยังเป็นช่วงของการสร้างเนื้อสร้างตัว ดังนั้นสามารถลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูงได้มาก เพราะภาระ และ ความรับผิดชอบยังไม่สูงนัก ทั้งยังมีเวลาสำหรับการปรับพอร์ตลงทุน หากเกิดการขาดทุนเกิดขึ้นได้ โดยอาจแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน คือส่วนของเงินเก็บที่ไว้ฝากออมทรัพย์ ความเสี่ยงต่ำ และ เงินเก็บที่จะลงทุนในรูปแบบที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น ลงทุนในตลาดหุ้น หรือ ลงทุนในกองทุนต่างๆ การลงทุนในความเสี่ยงที่สูงก็เพื่อที่จะทำให้เงินงอกเงยได้เร็ว แต่ก็ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และ เงินที่ลงทุนไปก็คงต้องเป็นเงินที่ถ้าเกิดสูญเสีย ไม่กระทบสภาพคล่อง หรือ เป็นเงินที่กู้ยืมคนอื่นมา

วัยกลางคน ช่วงอายุเลข 3 ถึง วัย 40 ปี

เป็นช่วงที่สร้างเนื้อ สร้างตัวมาได้ระยะหนึ่ง และเริ่มมีความรู้ และประสบการณ์ในการลงทุนรูปแบบต่างๆ และส่วนใหญ่เป็นวัยที่เริ่มมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ภาระหน้าที่ที่มากขึ้น ทำให้สามารถรับความเสี่ยงที่เงินต้นจะหายไปได้น้อยลง ดังนั้นในวัยนี้ เราควรปรับพอร์ตการลงทุนให้สามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลาง และ กระจายเงินไปในส่วนที่เตรียมสำหรับวัยเกษียณอายุด้วย  หรือ แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนเงินเก็บฉุกเฉิน ส่วนเงินลงทุน และ ส่วนเงินสำหรับวัยเกษียณ

วัยเลข 5 ถึง วัยเลข 6

วัยนี้เป็นช่วงวัยที่ไม่ควรรับความเสี่ยงใดๆ กับเงินเก็บที่มี เพราะเป็นช่วงที่บางคนหลายคนทำงานได้น้อยลง หรือ บางคนเกษียณแล้วไม่มีรายได้อีกต่อไป ดังนั้นควรเป็นช่วงที่รักษาเงินออม และแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี แต่ต้องเป็นเงินก้อนที่หากสูญไปจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต และสภาพคล่องทางการเงินมากนัก เพราะในวัยบั้นปลายชีวิตอาจจะไม่มีโอกาสให้กลับตัว หรือ สร้างเงินก้อนใหม่ได้เร็วมากนัก

เริ่มศึกษาและวางแผนการศึกษาการลงทุนในทุกรูปแบบ เพื่อที่จะเข้าใจและสามารถปรับสัดส่วน พร้อมทั้งดูแลพอร์ตทางการเงินของเราให้งอกเงยดีงามสมวัยนะจ๊ะ