ความลับในครัวที่เหล่าเชฟไม่เคยบอกคุณ

หลายคนอาจคิดว่าการออกไปกินอาหารนอกบ้าน คือช่วงเวลาของความสุข และ เป็นช่วงเวลาที่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่าในร้านอาหารแต่ละร้านที่คุณก้าวเข้าไปนั้นมีความลับที่คุณอาจไม่เคยรู้ซ่อนอยู่ เรื่องเหล่านั้นอาจไม่ได้คอขาดบาดตาย แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อคุณอ่านเรื่องนี้จบ ความรู้สึกในการเข้าร้านอาหารครั้งต่อไปของคุณจะต้องเปลี่ยนไป

1. ตะกร้าขนมปังเป็นตะกร้าเวียน

ในเมืองไทยนั้นเราอาจไม่คุ้นเคยกับตะกร้าขนมปัง ถ้าไม่ใช่ร้านอาหารตะวันตก หลายคนอาจจะชอบขนมปังที่เสิร์ฟให้กินเป็นตัวเรียกน้ำย่อยก่อนถึงอาหารจานหลัก และ ถ้าคุณชอบคุณก็ต้องยอมรับได้ว่า ขนมปังในตะกร้านั้น อาจเคยผ่านการสัมผัส จากโต๊ะก่อนหน้าคุณมาก่อน เพราะขนมปังที่กินไม่หมดจะถูกนำมาจัดใส่ตะกร้าใหม่ และก็อย่างที่บอกมันไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้น เพราะขนมปังนั้นแค่ถูกสัมผัส หรือ อาจไม่ได้ถูกสัมผัสเลย รับรองว่ายังคงกินต่อไปอย่างสบายใจ

2. เมนูมังสวิรัติ อาจไม่มังฯ 100 เปอร์เซนต์

คนที่กิน อาหารมังสวิรัติ อาจจะหาอาหารกินยากหน่อย และ คงไม่เป็นที่ถูกใจเหล่าเชฟ เท่าไรนักแต่ปัจจุบันก็มีหลายร้านที่มีเมนูอาหารมังสวิรัติ เอาไว้ด้วยแต่ บรรดาพ่อครัวต่างก็ออกมายอมรับว่าในการปรุงแต่ละครั้งนั้น พวกเขาอาจไม่สามารถทำให้อาหารนั้นเป็นมังสวิรัติ ได้ 100 เปอร์เซนต์ แต่เชื่อเถอะว่า มันเป็นมังสวิรัติที่สุดแล้วสำหรับพวกเขา

3. อย่าได้สั่งอาหารที่ทำจากปลาในวันจันทร์

ถ้าคุณไม่เคยทำงานในร้านอาหาร คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าไม่ควรจะสั่งเมนูปลาในวันจันทร์ เพราะปลาในวันจันทร์อาจหมายถึงปลาที่ถูกส่งมาแล้วตั้งแต่วันพฤหัส หรือ ศุกร์ที่ร้านอาหารจะเตรียมเอาไว้ปรุงให้กับลูกค้าในช่วง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ดังนั้นคุณลองคิดดูว่า ปลาที่คุณกำลังจะกินเข้าไปนั้น ถูกเก็บอยู่ในตู้เย็นมาแล้วกี่วัน

4. เชฟ จะไม่เลือกเมนูที่เป็นเนื้อไก่ถ้าต้องไปกินอาหารนอกบ้าน

บรรดาเชฟ ทั้งหลายเมื่อไปกินอาหารในร้านอื่นพวกเขา หลีกเลี่ยงที่จะสั่งอาหารที่ปรุงจากไก่ เพราะเชฟที่มีประสบการณ์ รู้ดีว่าอาหารที่ปรุงจากไก่ นั้นมีราคาสูงเกินไป และ เนื้อไก่ที่ถูกปรุงออกมานั้นก็ต้องถูกปรุงแต่งด้วยซอสเข้าไปอีกเพื่อเพิ่มรสชาติ

5. แม้ว่าจะป่วยแค่ไหน เชฟทั้งหลายยังคงเดินเข้าครัวทำอาหารให้คุณกิน

งานในครัวเป็นงานหนัก ไม่แพ้งานประเภทอื่น และ บรรดาเชฟ ก็ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ทำให้พวกเขาแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แม้เจ็บป่วย ก็ยังคงต้องมาทำงาน แต่คุณในฐานะลูกค้าจะไม่มีวันเห็น คนปรุงอาหารที่กำลังไอจนหอบ หรือ มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา เพราะพวกเขาจะทำงานอยู่ในครัว และ ปรุงอาหารให้คุณกิน แต่ก็สบายใจได้ ว่าพวกเขายังคงรักษาความสะอาด ใส่ผ้าปิดปาก และ พยายามที่จะทำให้อาหารจานนั้นถูกสุขลักษณะ เพราะอย่างไรเสีย อาหาร ก็คืออาชีพ ของคนในครัว พวกเขาจะไม่ยอมให้คนกิน เจ็บป่วยเพราะอาหารที่พวกเขาปรุงเป็นอันขาด

6. ทบทวนอีกทีถ้าคิดสั่งสเต๊กแบบ Well done (เนื้อสุก 100%)

การสั่งสเต๊ก มีด้วยกัน 6ระดับคือ Blue Rare เนื้อเป็นสีน้ำตาลแค่ผิดด้านนอก ด้านในมีสีแดงเหมือนเนื้อดิบ Rare เนื้อด้านนอกเป็นสีน้ำตาลด้านในเป็นสีแดงฉ่ำที่เหมือนผ่านความร้อนมาบ้าง Medium Rare เนื้อด้านนอกสีน้ำตาลและ ด้านในแดงฉ่ำอีก 50 เปอร์เซนต์ Medium well done เกือบสุก แต่ด้านในตรงกลางยังมีสีชมพู และมีความฉ่ำอยู่บ้าง ส่วน Well done คือสุกแบบ 100 เปอร์เซนต์ทั้งด้านในและด้านนอก ความฉ่ำจะน้อยที่สุด และถ้าคุณสั่ง สเต๊ก แบบ Well done จะหมายถึงคุณได้เนื้อที่ถูกเก็บเอาไว้นานแล้วในตู้เก็บความเย็นของร้านอาหาร เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ชอบกินเนื้อสุกเช่นคุณ

7. เมนูพิเศษหมายถึงการกำจัดวัตถุดิบที่เหลือค้างนานแล้วในครัว

ทันทีที่คุณนั่งลงในร้านอาหาร และคุณคิดไว้แล้วละว่าคุณจะสั่งอะไร แต่ทันใดนั้นพนักงานเสิร์ฟ ก็บอกกับคุณว่าวันนี้มีเมนูพิเศษประจำวัน การเชิญชวนของพนักงานเสิร์ฟ ทำให้คุณเปลี่ยนใจหันไปสั่งเมนูประจำวันตามคำแนะนำ นั่นหมายถึงว่าทางร้านได้ปล่อยอาหารที่ปรุงจาก วัตถุดิบที่สต๊อกเอาไว้นานแล้ว ออกมาเสียที หรือ อีกทางหนึ่งอาจหมายถึง เชฟ ประจำครัวยังไม่พร้อมปรุงอาหารตามเมนู เลยต้องปล่อยเมนูประจำวันจากของที่มีอยู่ออกไปก่อน