วิตามินซีแก้หวัดได้จริงหรือ ?

วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับมนุษย์มากที่สุด และเป็นวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ดี นอกจากนี้วิตามินซียังมีประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยรักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซ่อมแซมและช่วยให้เนื้อเยื่อร่างกายเจริญเติบโต ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน อย่างไรก็ดียังมีผู้คนจำนวนมาก ที่คิดว่าประโยชน์อีกอย่างของวิตามินซี คือสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

ซึ่งจากข้อมูลหน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน ไม่ได้ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัดแต่อย่างใด โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยรับประทานวิตามินซีมาก่อน หากเป็นหวัดแล้วจึงเริ่มรับประทาน จะไม่สามารถช่วยลดความรุนแรงหรือระยะเวลาในการเป็นหวัดได้เลย เว้นแต่จะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ถึง 50%

ทั้งนี้ขนาดวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทาน เพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดคือ 1-3 กรัมต่อวัน เพราะแม้การรับวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอ ในทุกมื้ออาหารจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และร่างกายของเราก็สามารถรับ พร้อมขับวิตามินซีส่วนที่เกินออกจากร่างกายได้ แต่การได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป ก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนัก นอกจากนี้ยังพบว่า ขนาดของวิตามินซีที่รับประทานต่อครั้ง ยังมีผลต่อการดูดซึมอีกด้วย

โดยการรับประทานวิตามินซีขนาดสูง ร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้น้อยกว่าการรับประทานวิตามินซีขนาดต่ำ ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีวันละหลายครั้ง ในขนาดที่ต่ำกว่า 1 กรัม จนครบขนาดที่แนะนำต่อวัน ร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินซีได้มากกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียว นอกจากนี้ปริมาณการดูดซึมวิตามินซี ยังอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับรูปแบบและส่วนประกอบอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์วิตามินซีมีทั้งหมด 6 รูปแบบ

  1. แบบอัดเม็ด : เป็นรูปแบบเม็ดยาทั่วไปที่ต้องดื่มน้ำตาม โดยจะนิยมในวัยผู้ใหญ่ มีข้อเสียคือเม็ดใหญ่และกลืนลำบาก
  2. แบบเม็ดอม : เหมาะกับผู้มีปัญหาในการกลืนเม็ดยา แต่หากอมบ่อยๆ อาจทำให้ฟันกร่อนได้ เนื่องจากวิตามินซีมีกรด
  3. แบบเม็ดเคี้ยว : เหมาะกับเด็ก แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากๆ เพราะอาจทำให้ฟันผุได้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง
  4. แบบเม็ดฟู่ : เหมาะกับผู้มีปัญหาในการกลืนเม็ดยา หรือไม่สามารถกลืนเม็ดยาขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากเม็ดยาทั่วไป เพราะต้องนำมาละลายน้ำก่อน
  5. แบบแคปซูล : มีทั้งชนิดแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่ม โดยภายหลังการกลืนแบบแคปซูล ทำได้ง่ายกว่าการกลืนในรูปแบบเม็ด ผู้คนจึงนิยมมากขึ้น
  6. แบบสารละลายเพื่อฉีด : เป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะกับการใช้เป็นประจำทุกวันหรือเพื่อป้องกันหวัด เพราะต้องให้แพทย์หรือพยาบาลฉีดให้เท่านั้น

ท้ายที่สุดนี้แม้ว่าการขาดวิตามินซี จะทำให้ประสิทธิภาพในการต้านทานเชื้อโรค หรือภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง แต่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ตัวอย่างทดลองที่ได้รับวิตามินซีเพิ่มขึ้นกว่าปกติในแต่ละวัน ไม่ได้เป็นหวัดยากขึ้นหรือป้องกันและรักษาโรคหวัดได้แต่อย่างใด ดังนั้นในการรับประทานวิตามินซี จึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับความต้องการแต่ละบุคคล และวัตถุประสงค์ของการรับประทาน

ข้อมูลจาก : pharmacy.mahidol.ac.th