ติดเกมมากไป ถือเป็นอาการป่วย !?

เกม! คำที่หลาย ๆ คนที่ได้ยินเป็นอันต้องหูผึ่งแน่ ๆ เพราะขึ้นชื่อว่า เกม นั้นคือกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของความสนุก ซึ่งในที่นี้จะพูดถึงเกมในยุคดิจิตอลไม่ว่าจะแพล็ตฟอร์มใดก็ตาม เช่น เกมคอนโซล เครื่องเกมแบบพกพา หรือแม้กระทั่งในรูปแบบเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งในขณะนี้เป็นที่นิยมไปทั่วโลกอีกทั้งมีเกมให้เลือกเล่นมากมายนับแทบไม่ไหว

โดยหากพูดถึงวงการเกมทั่วโลกนั้น ต้องยอมรับว่าสามารถก้าวไปได้ไกล สามารถมีบทบาทที่แข็งแร็งในหลายวงการทั้ง การกีฬา ที่มีการจัดการแข่งขันเกมตั้งแต่ระดับแคบไปจนถึงตลาดใหญ่ระดับโลกที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากหลายเชื้อชาติ ซึ่งทำเงินได้มหาศาลในตลาดการแข่งขันนี้ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่พัฒนาบ่งบอกถึงบุคลากรด้านวงการเกมมีความสามารถ อีกทั้งยังสามารถเป็นรายได้หลักให้กับเด็กหลาย ๆ คนที่มีความสามารถด้านการเล่นเกมอย่าง นักแข่งเกม หรือ เกมแคสเตอร์ – สตรีมเมอร์

ผลเสียของเกม

ล่าสุดกรมอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาลงมติรับรองแล้วว่า พฤติกรรมติดเกมเป็นอาการป่วย แม้ทางฝ่ายอุตสาหกรรมเกมจะออกมาคัดค้านก็ตาม โดยทาง WHO ได้นิยามพฤติกรรมติดเกม ว่าเป็นการเล่นที่ขาดความควบคุม ให้ความสำคัญกับเกมมากกว่ากิจกรรมอื่นจนถึงขั้นเลือกเล่นเกมก่อนกิจกรรมอื่นและขาดความสนใจในกิจวัตรประจำวัน รวมถึงเล่นต่อเนื่องมากจนส่งผลเสียตามมา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการประเมินพฤติกรรมติดเกมนี้ต้องมีรูปแบบของพฤติกรรมที่รุนแรงมากพอที่ส่งผลให้เกิดความบกพร่องด้านบุคลิกภาพ การเรียน การทำงาน ครอบครัว รวมถึงประสิทธิภาพเรื่องอื่น ๆ และต้องเป็นพฤติกรรมที่ปรากฏชัดอย่างน้อย 12 เดือน อีกทั้งการลงมตินี้จะมีผลจริงในวันที่ 1 มกราคม 2022 เป็นต้นไป

เกมกับความเหมาะสมในการเล่น

ทุกวันนี้มีเยาวชนไม่น้อยที่มีปัญหาติดเกม ซึ่งการเล่นเกมอย่างไม่บันยะบันยังนั้นสามารถส่งผลเสียได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อายุยังน้อย ทั้งเรื่องบุคลิกภาพ สังคม พฤติกรรมและสภาพจิตใจ

เด็กในยุครุ่งเรืองของเกมนี้ อาจเห็นตัวอย่างมาจากผู้ประสบความสำเร็จในวงการเกม เช่น นักแข่ง สตรีมเมอร์ โดยขาดการพินิจพิเคราะห์ว่า ความสำเร็จของพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่เพียงแค่การตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในความจริงนั้นความสำเร็จที่ได้มาทั้งหมดล้วนประกอบด้วย

  • วินัย : การมีวินัยในการใช้ชีวิต รู้จักแบ่งเวลา ฝึกซ้อม ไม่หักโหม
  • เกมเป็นแค่เกม : เกมไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต เป็นแค่งานอดิเรกสำหรับเวลาว่าง
  • ความสามารถ : ทุกคนมีทักษะต่างกัน ฝีมือในการทำสิ่งต่าง ๆ หากไม่ขยันพัฒนาก็มีโอกาสร่วงได้

ประเด็นเนื้อหาสำคัญก็คือ เกมเป็นสิ่งที่ถูกสร้างเพื่อสร้างความบันเทิง เพื่อเวลาว่าง แต่พฤติกรรมการเล่นเกมของคนส่วนใหญ่ล้วนทุ่มเทความจริงจังมากเกินไป ซึ่งส่งผลถึงสุขภาพจิตและร่างกาย

จริงอยู่ที่เกมนั้นช่วยเสริมทักษะในหลายด้านหากผู้เล่นมองถึงประโยชน์ของมันจริง ๆ ไม่ว่าจะทักษะทางการฝึกภาษา รวมถึงทักษะความตื่นตัวการสังเกตต่าง ๆ แต่การหมกมุ่นมากเกินไปสามารถเปลี่ยนจากความบันเทิงที่เกมมอบให้เป็นอารมณ์กลายเป็นคนหัวร้อนเอาได้ ทางที่ดีคือการแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม เข้าสังคมในโลกความจริงบ้าง รักษาสมดุลชีวิตไว้ให้ดีที่สุด คงจะเป็นการดีกว่า