ด้วยความคิดถึง SAAB และ FIAT

เมื่อสัปดาห์ทีแล้วมีโอกาสได้แนะนำหนังสือ “ชายชื่ออูเว” ในคอลัมน์ของต้นคิด 360 เป็นหนังสือที่ต้องบอกว่าจับใจมาก แต่ที่ทำให้รู้สึกระลึกถึงมากที่สุดคือการพูดถึงรถยนต์ยี่ห้อ “ซาบ” (SAAB) อันเป็นพาหนะคู่ใจของ “อูเว” ชายวัย 59 ปีที่ไม่เคยใช้รถยี่ห้ออื่นใดเลย นอกจากรถยี่ห้อ SAAB ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับการยกย่องจากผู้ใช้ ทั่วโลกว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะดีอีกยี่ห้อหนึ่งเลยทีเดียว

ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพียงแต่พูดถึงรถยี่ห้อ SAAB เท่านั้นแต่ยังมีการเชื่อมโยงไปถึงรถยนต์จากต่างประเทศในสายตาของ อูเว ที่เจ็บแสบตามสายตาของคนที่หลงใหลในรถยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งก็จะบอกว่ายี่ห้อนั้นดี หรือคนที่ชื่นชอบกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งแล้วก็จะบอกว่ากีฬาประเภทนั้นดีที่สุด และทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ได้จะมาชวนคุณผู้อ่านคุยกันว่ารถยี่ห้อใดดีที่สุดหรอกนะคะ แต่จะมาชวนคุณผู้อ่านให้คิดถึงรถคันแรกที่ได้ขับ

ในหนังสือ “ชายชื่ออูเว” เล่าถึงความ ประทับใจรถยี่ห้อ SAAB คือการย้อนอดีตในวัยเด็ก เมื่อพ่อของอูเว ที่เป็นนายช่างประจำสถานีรถไฟ ได้รถ SAAB ที่มีสภาพเหมือนจะใช้งานไม่ได้มาจากเจ้านาย และ พ่อของอูเว ที่ได้ชื่อว่าเป็นนายช่าง เทวดา ซ่อมจนเจ้ารถ SAAB คันนั้นกลับมาฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง ประโยคหนึ่งที่พ่อของอูเวที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรมากนักได้สอนเขาเอาไว้ว่า

“เครื่องยนต์จะตอบแทนเราถ้าเราดูแลมันเป็นอย่างดี” และอูเว เชื่อเช่นนั้นเพราะรถ SAAB คันนั้นได้ทำให้พ่อและอูเว ใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยกัน อูเว ได้เรียนรู้การบำรุงรักษารถ จนทำให้เขากลายเป็นช่างซ่อมที่มีฝีมือเมื่อเติบโตขึ้นมา

นั่นคือความประทับใจของอูเว กับรถ SAAB ที่ทำให้เขาใช้แต่รถยี่ห้อนี้ไม่เคยเปลี่ยน สำหรับผู้เขียนนั้นรถคันแรกที่หัดขับเป็นรถของพ่อเช่นกัน กับเจ้า เฟียต 1100 D สีฟ้าตุ่นๆ เบาะสีแดงที่ยุคนี้ไม่มีทางได้เห็นบนท้องถนนอีกแล้ว และถ้าย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผู้เขียนหัดขับ เจ้าเฟียด1100 D คันนี้ก็เป็นรถมือสอง (อันที่จริงน่าจะ 4-5-6 ด้วยซ้ำ) ที่พ่อซื้อมาใช้งาน

สิ่งที่จำได้แม่นกับการหัดขับรถคันนี้ คือพวงมาลัยที่ใหญ่เทอะทะ เกียร์ที่แสนจะแข็งเวลาเข้าเกียร์จะต้องเลี้ยงครัชให้สมดุลกับคันเร่ง เป็นการขับรถทีแสนจะยากลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ พ่อผู้เขียนพูดไว้ระหว่างสอนขับรถคือ “ถ้าแกขับรถคันนี้ได้แกขับรถทุกคันบนโลกนี้ได้”

ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ยิ่งพอมาเจอความสะดวกสบายในรถรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ต้องคอยเข้าเกียร์เลี้ยงครัช จะถอยจอดทีก็มีเซนเซอร์ มีกล้องหลัง หรือบางรุ่นมีระบบถอยจอด เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้คนขับรถในปัจจุบันได้ง่ายขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ความง่ายทำให้การขับรถบนท้องถนนทุกวันนี้ทำให้ใครๆก็ขับรถได้ แต่คนขับรถเป็นนั้นมีน้อยเต็มที

ที่ชวนคุยกันมาถึงตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าอยากให้กลับไปใช้รถในยุค 1100 D หรือ SAAB 900 กันหรอกนะคะ เพราะ เฟียต ที่เป็นรถนำเข้าที่ไม่ได้เห็นการทำการตลาดในเมืองไทยมานานแล้ว ส่วน SAAB นั้นปิดตัวลงตั้งแต่ปี 2012 เหลือเอาไว้แต่ความทรงจำของรถที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในปฐพี

มาถึงบรรทัดนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าคุณผู้อ่านคงรำลึกถึงรถคักแรกกันอยู่ และเชื่อว่า ในความทรงจำเหล่านั้น น่าจะต้องมี อัลฟ่า โรมิโอ, โฟล์คเต่า, ฟอร์ด คอร์ติน่า, เปอร์โย 504, ซีตรอง CX20 หรือแม้แต่ โตโยต้า โคโรลลา E20 ผุดพรายออกมาบ้าง และถ้าเช่นนั้นเราก็รู้กันเลยทีเดียวว่า แต่ละท่านมีอายุการขับรถกันมานานแค่ไหนแล้ว!

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ