‘เลาด้า-ฮันท์’ ศัตรูเพื่อนรัก

เขาคือนักขับคนเดียวที่คว้าแชมป์โลกได้กับทั้งเฟอร์รารี่ และแม็คลาเรน
เขาคือนักขับกลับมาลงแข่งได้ในเวลาเพียง 40 วันนับจากอุบัติเหตุปางตาย
เขาคือหนึ่งในสุดยอดนักขับเอฟวันที่โลกนี้เคยมีมา
20 พ.ค. 2019 คือวันที่ทั่วโลกไว้อาลัยต่อการจากไปของเขา ‘นิกิ เลาด้า’

นับเป็นปีแห่งการสูญเสียอย่างแท้จริงสำหรับวงการรถยนต์สูตรหนึ่ง หลังจากเมื่อต้นปี ชาลี ไวท์ติ้ง ผู้อำนวยการแข่งขันเสียชีวิตก่อนที่เอฟวันสนามแรกที่ออสเตรเลียจะเปิดฉากขึ้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง และล่าสุดอย่างที่ทุกคนทราบกัน นิกิ เลาด้า อดีตแชมป์โลก 3 สมัย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 70 ปี

หากใครที่ติดตามการแข่งขันเอฟวันในช่วงหลัง จะสังเกตได้ว่า ไม่ค่อยเห็น ‘คุณปู่เลาด้า’ มาประจำการที่พิตกาจของเมอร์เซเดส จีพี เหมือนปีก่อนๆ นั่นเป็นเพราะปัญหาสุขภาพที่รุมเร้าตำนานนักขับรายนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลพวงมาจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่นัวร์เบิร์กริงในปี 1976

ภาพจากภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง ‘Rush’ กลับมาเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้ง โดยเฉพาะฝีมือการขับและความเก่งกาจในสนามแข่งของเลาด้า นักขับที่ไต่เต้าเข้าสู่วงการเอฟวันด้วยการกู้เงินธนาคารเพื่อให้ได้ที่นั่งในทีมแข่ง และได้ทำในสิ่งที่เขารัก ก่อนที่สุดท้ายจะได้ย้ายเข้าสังกัดยอดทีมอย่างเฟอร์รารี่

นอกจากนี้จากฉากห้ำหั่นกันทั้งในและนอกสนามระหว่างเขากับ เจมส์ ฮันท์ ก็กลายเป็นตำนานที่ให้ทุกคนพูดถึงว่านี่คือสุดยอดคู่แข่งตลอดกาลของวงการเอฟวัน ทั้งในสนามแข่ง รวมถึงสงครามน้ำลายในห้องแถลงข่าว

แต่ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นอกสนามทั้งคู่คือเพื่อนที่ดีต่อกัน และรู้จักกันก่อนเข้าวงการด้วยซ้ำไป ซึ่งประเด็นสำคัญที่สุดคือ ทั้งเลาด้า และฮันท์ ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องของฝีมือการขับ และการใช้ชีวิตที่แต่ละคนต่างมีแนวทางในแบบฉบับของตนเอง

หนึ่งในฉากที่แฟนหนัง ‘Rush’ น่าจะยังจำกันได้ คือฉากที่เจมส์ ฮันท์ เข้าไปตะบันหน้านักข่าวหลังจบการแถลงข่าว ที่ตั้งประเด็นจี้จุดไปที่ใบหน้าของเลาด้าที่เกิดจากอุบัติเหตุในปี 1976 นั่นเป็นฉากที่บ่งบอกถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ของฮันท์ที่มีต่อเลาด้าได้เป็นอย่างดี

แม้ฉากดังกล่าว จะมีการถกเถียงกันว่า เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะเลาด้าเคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ทว่า มีคำยืนยันจาก ทอม ลูกชายคนเล็กของฮันท์ ที่บอกว่าเพื่อนของคุณพ่อคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจริง!

นอกจากนี้ยังมีส่วนหนึ่งจากคำให้สัมภาษณ์ของเลาด้ากับเทเลกราฟ ที่พูดถึงศัตรูและเพื่อนรักคนนี้ว่า “We had a respectful, nice relationship. We trusted each other. He would not push you off the road, which in those days was important.”

“เราทั้งคู่เคารพซึ่งกันและกัน นอกสนามเราไม่เคยโกรธเกลียดกัน เราเชื่อมั่นต่อกัน ที่สำคัญเขา(ฮันท์) ไม่เคยใช้ลูกเล่นสกปรกเบียดคู่แข่งออกนอกแทร็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆกับกีฬาชนิดนี้ในยุคนั้น”

นี่แหละครับ ตัวจริงของจริงเขาต้องเป็นกันแบบนี้!