[รีวิว] John Wick 3 กับการออกทะเลไม่มีจุดสิ้นสุด

John Wick หนังล้างแค้นที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจะสานต่อมาถึงภาคที่ 3 พร้อมกับเปิดตัวภาคต่อไปโดยจะฉายในอีก 2 ปีข้างหน้า ในภาคแรกจะเห็นแล้วว่าต้นตอที่ต่อยอดมาถึง ภาค 3 นั้นเปรียบเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ที่เกิดจากการโดนขโมยรถ และฆ่าสุนัข ซึ่งของทั้ง 2 สิ่งเป็นของที่เมียของ จอห์น วิค ทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะตาย แต่บังเอิญคนที่ทำให้เกิดเรื่องดันเป็นลูกมาเฟียที่เคยจ้างจอห์น วิค มาทำงานให้โดยมาเฟียกลุ่มนี้มีชื่อเสียงได้ก็เพราะ จอห์น วิค นั่นเอง นั่นเลยเป็นจุดกำเนิดของการล้างแค้นที่ยาวนานมาถึง 3 ภาคด้วยกัน

เมื่อล้างแค้นสำเร็จในภาคแรก ภาคสองจึงเป็นการต่อยอดโดยสร้างจักรวาลนักฆ่าที่ใหญ่ขึ้น มีองค์กร มีตุลาการ มีกฏเกณฑ์ ที่ทำให้นักฆ่าต้องยอมเคารพกฏนั้นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าใครแหกกฏก็ต้องตาย เลยทำให้เป็นปมมาถึงภาคในปัจจุบันเพราะจอห์น วิคไปแหกกฏไว้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลใน 2 ภาคแรกที่สร้างมาถูกเลือนหายไปแต่ไม่ทั้งหมด มันกลายเป็นว่าพวกนั้นดูไม่ค่อยสำคัญสักเท่าไหร่ ภาค 3 จึงเน้นไปฉากที่ยิง ยิง แล้วก็ยิง เพราะ จอห์น วิคต้องเอาตัวรอดจากนักฆ่าทั่วโลก เลยทำให้บทหนังดูดรอปลงไปเยอะมาก แต่เราจะเห็นวิธีการต่อสู้ของ จอห์น วิค ที่ทั้งเท่ และไม่ธรรมดา ซึ่งไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายได้เลยว่าต่อให้บทหนังจะดรอปลงไปขนาดไหนแต่ถ้าเป็นการยอมเสียเงินเพื่อไปดู จอห์น วิค ยิงปืนยังไงก็ยอมเสีย เหมือนกับยอมเสียตังดูน้าค่อมไปด่าในหนังนั่นเอง

วันนี้จะมารีวิวว่าทำไมกันหนังภาคนี้เนื้อเรื่องถึงดรอปและวิเคราะห์กันต่อไปว่า ภาคต่อไปนั้นจะเป็นอย่างไร

เนื้อเรื่องดรอปเพราะผู้เขียนบทไม่คิดว่าจะมีภาคต่อ

บทหนังสำคัญมาก ยิ่งเป็นบทที่วางไว้แค่ภาคเดียวและสานต่อทำภาคต่ออาจจะทำให้ลืมอะไรบางอย่างไปในบท เราจะเห็นแล้วว่าภาคแรก และ ภาคสอง จอห์น วิค ต้องการอยู่อย่างสงบสุขไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักฆ่าอีกต่อไป เขาต้องการอิสรภาพอย่างมากที่สุดแต่เหตุการณ์ก็ทำให้เขาไม่เคยสงบสักที ทำให้เนื้อเรื่องส่วนที่ จอห์น วิค อยากจะใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ นั้นหายไปเป็นเพียงการเอาตัวรอดจากทั่วโลก เลยทำให้ จอห์น วิค ต้องบู๊แหลกโดยไม่มีคนมาช่วยเหลือ รวมถึงบทหนังในภาคนี้ยังสอดแทรกความฮาเข้าไปอีกด้วยเลยทำให้ความขรึมความเท่และความโหดของ จอห์น วิค ดูดรอปลงไป

อารมณ์นักแสดงต่างกับภาคก่อนๆ

ภาคก่อนๆต้องบอกเลยว่าจอห์น วิค อาลัยอาวรณ์ถึงเมียสุดที่รักมากโดยไม่สนว่าตัวเองจะตายหรือไม่ พร้อมประชันหน้าแทบทุกคน แต่ภาคนี้ดรอปเรื่องเมียไปเลย และจอห์น วิค ดูเป็นคนกลัวตายไปในทันที ต้องการที่จะมีชีวิตรอด ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็พร้อมที่จะทำมันถึงแม้จะต้องตัดใจจากสิ่งที่รักก็ตาม เลยทำให้อารมณ์นักแสดงดูเปลี่ยนแปลงไป ไม่โหดเหมือนก่อน เพราะเน้นไปที่บู๊แหลกซะมากกว่าเลยทำให้ไม่ได้โฟกัสตรงนี้

ดึงนักแสดงมีชื่อเสียงมาเข้าร่วมมากเกินไป

การมีนักแสดงมากฝีมือก็ดีแต่การที่จะเอาเขามาแล้วปล่อยให้ตายๆ ไปหรือมีบทจางๆ ก็รู้สึกได้ว่าจะเอามาทำไม มันทำให้หนังกระจายจุดสำคัญไปที่ตัวละครอื่นหมด ซึ่งบางช่วงบางฉากไม่จำเป็นต้องนักแสดงมีชื่อเสียงก็ได้แต่กลับใส่มา เพียงเพราะต้องการดึงฐานแฟนคลับหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่ในอนาคตข้างหน้าอาจจะได้เห็นนักแสดงที่โผล่มาในภาค 3 มีบทบาทมากขึ้นในภาค 4 แต่ก็ภาวนาว่าขอให้ไม่มีคนเพิ่มและปรับบทให้น่าสนใจก็พอ

ทั้งหมดดูเหมือนรีวิวจุดแย่ในหนัง แต่จุดดีๆก็มีเช่น การบู๊กันในลักษณะต่างๆ บนหลังม้า บนมอเตอร์ไซค์ หรือสู้กับคนที่ไม่มีทางชนะ ก็ทำมาหมดแล้วภาคนี้จึงเป็นการปล่อยของเท่ๆออกมาให้คนดูได้ระทึกและตื่นตาตื่นใจกับการบู๊เท่ๆของจอห์น วิค แต่ถ้าทำออกมาบ่อยๆจนไม่สนใจบทหนังอาจจะต้องระวังเหมือนอย่าง Transformers ถึงแม้จะบู๊แหลกก็จริงแต่เส้นเรื่องไม่มีมันอาจจะทำให้หาทางจบยากนั่นเอง ส่วนภาคหน้าก็ขอให้จบในภาคไม่มีต่อเพราะอยากให้มันเป็นตำนานมากกว่าปู้ยี้ปู้ยำจนไม่เหลือชิ้นดี สุดท้ายก็ต้องทำใจเพราะหนังภาคต่อส่วนใหญ่มักจะดรอปลงกว่าภาคเดิมๆ ที่ทำไว้

คะแนนความน่าดู 8/10