ปรับตัวอย่างไรให้ทันกระแสโลก?

โลกทุกวันนี้เป็นยุคดิจิทอล หมุนไวยิ่งกว่าลูกข่างตอนเพิ่มเริ่มสัมผัสพื้น จนหลายคนต้องอยู่แบบหวาดระแวงกลัวว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะถูกเทคโนโลยี กวาดตกจากหน้าที่หรือธุรกิจที่เคยทำมาหากินอยู่ (disruption)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมามนุษย์เราใช้ประโยชน์จากวิทยาการใหม่ๆมาพัฒนาชีวิตและธุรกิจแต่คนอีกบางส่วนที่มีแนวโน้มจะเกาะขบวนรถไฟไม่ทันหวั่นหวาดว่าตนเองจะต้องเสียประโยชน์หรือมีผลกระทบจากวิวัฒนาการใหม่ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นใครที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้เร็วกว่าก็มักจะอยู่รอด

แต่ในอีกมุมหนึ่งอย่าลืมว่าเทคโนโลยีช่วยบางอย่างจริงเปลี่ยนแปลงบางสิ่งได้แต่บางครั้งมันก็ไม่สามารถบอกมนุษย์หรือตัดสินใจแทนเราตรงๆได้เหมือนกันว่าเราควรจะทำอย่างไรหรือควรจะไปในทิศทางไหน 

ยกตัวอย่างเรามีปัญญาในการขยายเครือข่ายทีวีดิจิตอลแต่ดันให้ประมูลกันเสียตั้ง 20 กว่าช่องแถมยังมาช้าไม่ค่อยจะถูกห้วงช่วงเวลาสุดท้ายหลายเจ้าเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาเสียทั้งโอกาสต้องเร่กันขอคืนช่องแถมพนักงานเดือดร้อนเตรียมถูกลอยแพอีกมากมาย 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมองค์กรหรือผู้บริหารใหญ่ถึงยังต้องจ้างที่ปรึกษาในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องกฎหมาย ทั้งเรื่องดูแลบัญชี เรื่องการเป็นตัวแทน หรือแม้กระทั่งเรื่องอย่าง ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง การหาฤกษ์หายามอะไรต่างๆ เพราะการตัดสินใจแต่ละครั้งนั้นเดิมพันมหาศาล

เป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่าความรู้ประสบการณ์และจิตวิญญาณของมนุษย์คือสิ่งที่มีคุณค่าที่ยังมิอาจมองข้ามไปได้แม้โลกจะพัฒนาไปไกลเพียงใดก็ตาม

ผมมองว่า “ไอเดีย” หรือ “ความคิดสร้างสรรค์” คือสิ่งที่จะทำให้คนหรือองค์กรอยู่รอดไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหนอยู่ที่ว่าจะมาได้แบบถูกจังหวะจะโคนด้วยหรือไม่

ถ้ามาดีๆโดนๆถูกเวลาด้วยก็อาจจะเจอ “แจ็คพ็อต” มะลิให้โชคร่ำรวยประสบความสำเร็จกันได้แบบชั่วข้ามคืนเพราะยุคนี้มีเครื่องมือช่วยทำงานต่ออำนวยความสะดวกติดต่อสื่อสารรองรับที่รวดเร็วและเครื่องมือการระดมทุนที่พร้อมรองรับ

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศจีนในสังคมที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากจากความเจริญของเศรษฐกิจในประเทศเขาในช่วง 10 ปีหลัง

ในประเทศไทยของเราอาจจะไม่รวดเร็วเท่าแต่ก็ต้อง “รู้เขารู้เรา” และพยายามปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของโลกให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

คำตอบอาจจะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนในประเทศไม่ว่าสุดท้ายแล้วท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใครใคร่ขอเรียนฝากไว้ด้วยนะขอรับ.