พอล โกแกง Paul Gauguin: ผู้ปฏิวัติศิลปะสู่ยุคใหม่ และนำความพื้นบ้านสู่สากล

พูดถึง พอล โกแกง หลายๆ คนก็อาจจะคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพราะเค้าโด่งดังและมีชื่ออยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะเกือบทุกเล่ม โกแกงเป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสที่ทำผลงานสไตล์ Impressionism , Post-Impressionism และคุ้นตากับภาพวาดชาว Tahiti ภาพวาดผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองผิวเข้มๆ กับสีดิบๆ ที่เขาถ่ายทอดออกมา ถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ เรียกว่าเป็นศิลปินในยุคที่ลัทธิประทับใจกำลังรุ่งเรือง แต่สุดท้ายแล้วเค้าก็แสวงหาสไตล์เฉพาะตัวจนได้

ศิลปะยุโรปมันไม่มีสไตล์ ไม่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

เมื่อดูผลงานแรกๆ ถึงแม้เค้าจะไม่ได้เรียนศิลปะ แต่โกแกงเริ่มสร้างผลงานจากลัทธิประทับใจ (Impressionism) แต่วันหนึ่งได้พบว่ามันไม่ตอบโจทย์ในชีวิต คือเอาง่ายๆ มันไม่มีเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันศิลปะสไตล์ตะวันออก ศิลปะแอฟริกัน พื้นบ้าน Folk Art และภาพพิมพ์ญี่ปุ่นได้เข้ามามีอิทธิพลในตะวันตกมากขึ้น ซึ่งมันมีความเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ที่แข็งแกร่งกว่า นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของผลงานของโกแกงเลยก็ว่าได้

Still-Life with Fruit and Lemons (1880)

ผลงานวาดหุ่นนิ่งของโกแกงที่ยังคงเป็นสไตล์ Impressionism โดยได้รับอิทธิผลจาก พอล เซซาน ศิลปินลัทธิ Impressionism มาเต็มๆ สังเกตว่ายังคงเน้นความเหมือนจริง ไม่ตัดเส้นใหญ่ๆ และใช้สีที่เป็นธรรมชาติตามจริงอยู่

Tahiti รักแรกและตลอดไป

จั่วหัวอย่างกับนิยายน้ำเน่า แต่เมื่อพูดถึงพอล โกแกง หลายๆ คนก็จะนึกถือ Tahiti ตามมาทันที

สไตล์ที่เปลี่ยนไปจาก Impressionism และ Post-Impressionism ทำให้โกแกงหันไปหาความดิบ ความเป็นพื้นบ้านมากขึ้น และ Tahiti เป็นสถานที่ที่เค้ารักมาก และเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไปตลอด

Tahiti เป็นเกาะที่อยู่ในปกครองของ French Polynesia (เฟรนช์พอลินีเซีย) เป็นดินแดนของฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และวัฒนธรรม และก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคนจำนวนไม่น้อยบนโลกรู้จักเกาะ Tahiti ก็เพราะภาพวาดของโกแกง

เหตุผลหนึ่งที่โกแกงหันไปซบอกความเป็นพื้นเมือง นั่นก็เพราะเค้ารู้สึกว่าศิลปะยุโรปมันไม่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

เผยแพร่ความเป็นพื้นบ้าน ให้เป็นที่รู้จัก และยอมรับ

Primitivism หรือ บรรพศิลป์ เป็นศิลปะที่แสดงออกถึงความเป็นพื้นบ้าน ดั้งเดิม ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และตัดทอนสไตล์เหลือเป็นทรงเรขาคณิต 2 มิติ (อาจจะไม่ถึงกับสี่เหลี่ยมวงกลม แต่หลุดออกจากความเป็นจริงมากขึ้น) ซึ่งโกแกงถือเป็นคนริเริ่ม ศิลปินอีกคนที่วาดสไตล์ตัดทอนเหลือสองมิติ ก็คือ ปิกัสโซ่

โกแกง ศิลปินหัวขบถนักปฏิวัติ กับภาพวาดที่แสดงตัวตนความเป็น Liberal

ภาพจาก Flickr

Self-Portrait ‘Les Miserables’ (1888)

สำหรับคอภาพยนตร์ต้องเคยได้ยินและเคยดู Les Miserables ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในฝรั่งเศส และการปฏิวัติฝรั่งเศสในปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งดัดแปรงมาจากวรรณกรรมเรื่อง Les Miserables (1862) วรรณกรรมลัทธิโรแมนติกที่ที่จะมีตัวเอกชื่อ Jean Valjean (ฌอง วัลฌอง) ผู้ที่ต้องจำคุก 19 ปี เพียงเพราะขโมยขนมปัง เมื่อออกมาแล้วก็กลายเป็นอดีตนักโทษที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ดิ้นรนจนสามารถตั้งตัวได้ สะสมความแค้นที่มีต่อรัฐบาล และความอยุติธรรมต้องเจอร่วมสิบๆ ปี ไปร่วมกับกลุ่มคนผู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ จนเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติขึ้นในที่สุด

เป็นหนึ่งภาพวาดที่อยู่ในช่วงที่โกแกงยังญาติดีกับแวนโก๊ะอยู่ และเป็นภาพวาดที่ใช้สีสวยซะจนแวนโก๊ะต้องออกปากชม (ก่อนที่จะเลิกคบกันไปเพราะทะเลาะกัน)

อิทธิพลต่อศิลปินกลุ่มอาวองการ์ด (Avant-Garde)

อาวองการ์ด เป็นแก๊งศิลปินที่ฉีกทั้งกฎธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของศิลปะ คือคิดและทำอะไรไร้กรอบ ถือเป็นอีกกลุ่มที่ทำให้งานศิลปะมีความหลากหลาย ซึ่งศิลปินผู้บุกเบิกอย่างโกแกงก็เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับแก๊งนี้ การวาดรูปให้เป็นสองมิติ หรือแม้แต่การแหกกฎธรรมชาติวาดทุ่งหญ้าเป็นสีแดง ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่กล้าแตกต่างนี้ทำให้ศิลปินยุคหลังนำแนวคิดมาเป็นแบบอย่างเพื่อกล้าที่แหวกแนว

ปัญหาสุขภาพที่มาเพราะการเสพติดแอลกอฮอลล์

โกแกงเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 54 ปี จากอาการหลายๆ อย่าง ทั้งติดเหล้า มีอาการทางจิต และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บั้นปลายชีวิตไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น แต่อย่างน้อยในชีวิตความเป็นศิลปินของเขา การที่ทิ้งการทิ้งงานและครอบครัวเลือกมาอยู่ที่เกาะก็ได้รับการยอมรับในฐานะศิลปิน มีงานแสดงหลายๆ ครั้งกับเพื่อนศิลปิน แต่ผลงานมาดังเปรี้ยงปร้างตอนที่เค้าเสียชีวิตไปแล้ว

โกแกงอาจจะไม่ถึงกับออกไปเดินขบวน ต่อต้านศิลปะแบบเก่า ยัดเยียดศิลปะแบบใหม่ว่าแกต้องเอาแบบนี้ มันถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว แต่ผลงานที่เขาขยันทำออกมาอย่างต่อเนื่องและมันคงในสไตล์ใหม่ของตัวเองอย่างมาก เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินคนอื่นๆ รวมถึงรุ่นหลังได้เอาเป็นแบบอย่าง และต่อยอด เมื่อมีคนเปลี่ยน คนที่เหลือก็กล้าที่จะเปลี่ยนตาม ถือเป็นการริเริ่มการปฏิวัติวงการศิลปะ และทำให้มันรันไปเรื่อยๆ จนเกิดแก๊งอาวองการ์ดผู้หลุดกรอบ ทำให้ทุกอย่างสามารถเป็นศิลปะได้ ไม่ต้องแคร์ความเหมือนจริงทางธรรมชาติอีกต่อไป

เนี่ยแหละ ความสนุกสนานของการมีศิลปินหัวขบถอยู่ในวงการ

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.biography.com/artist/paul-gauguin
https://www.paul-gauguin.net/biography.html
https://www.theartstory.org/artist-gauguin-paul.htm
https://www.theartstory.org/movement-primitivism.htm