ในวันที่สังคมเต็มไปด้วยคนขี้เหงา

เพราะเหตุใด ในวันที่โลกก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับเทคโนโลยีความสะดวกสบายใหม่ ๆ ไม่เว้นแต่ละวันที่เพิ่มขึ้น กลับทำให้สังคมของมนุษย์มีแต่ความเหงาเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะมีแอปพลิเคชั่นที่ทำให้คนติดต่อพูดคุยกันได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะอะไร?

ความเหงาของคนในยุคนี้ อันที่จริงก็มีส่วนมาจากเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน โดยเฉพาะ Social Media ทั้งหลายแหล่ คุณอาจนึกไม่ออกว่ามันจะทำให้คนเราเหงาขึ้นได้ยังไงในเมื่อมันเอาไว้พูดคุยกับคนอื่น ๆ

รู้จักแต่ไม่รู้จริง

การมีอุปกรณ์สื่อสารและอินเตอร์เน็ตแบบพกพาในรูปแบบของสมาร์ทโฟน ที่เป็นตัวกลางเชื่อต่อผู้คนให้เข้าถึงกันมากขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งการได้เห็นเพื่อนเก่าที่หายหน้าหายตากันไปนาน หรือการได้มีโอกาสพบพานผู้คนใหม่ ๆ เพิ่ม

แต่ถึงอย่างนั้นการมีผู้ติดต่อหลักร้อยหลักพันคนในจอมือถือ ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของกันและกันแน่นแฟ้นขึ้นมากกว่าเพิ่ม นอกจากการเลื่อนหน้าจอและกด Like กันไปมา หนำซ้ำยังอาจมีความรู้สึกเชิงลบกับโพสต์หรือสเตตัสต่าง ๆ อีกด้วย

จดจ่อกับหน้าจอ

กับการเข้าสังคมในยุคนี้ จากการที่เราใช้เวลาไปกับ Social Media ต่าง ๆ มากเกินไป ก็อาจทำให้ทักษะของการเข้าสังคมลดน้อยถดถอยลงไป และจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปหากไม่ตระหนักและเปลี่ยนพฤติกรรม

จะเห็นได้ว่า แม้เราจะมีการพบปะเข้าสังคมนัดเจอพูดคุยกัน แต่มักจะมีหลายช่วงที่แต่ละคนจะหยิบยกสมาร์ทโฟนคู่ใจขึ้นมาเลื่อนแทนการหาเรื่องพูดคุยกับคนอื่นในวงสนทนา กลายเป็นว่าเราหัวเรา “555” หรือแสดงอารมณ์โดยการใส่ Emoji ในโซเชียลมากกว่าโลกจริงจรงหน้าไปโดยปริยาย

ลดการสนทนาแบบซึ่งหน้า

บรรยากาศการพูดคุยกันในรูปแบบต่าง ๆ หายไป ด้วยความก้าวหน้าทางการสื่อสารที่ครอบคลุมกันแบบทั่วโลกทำให้การส่งข่าว ส่งงาน และข้อมูลต่าง ๆ ทำได้ง่ายภายในไม่กี่สัมผัส แต่ความสะดวกที่ได้มาอาจทำให้การปรึกษาหารือหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือเลย

เหตุต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนทำให้มนุษย์ถูกปะทะและแทรกซึมด้วยความเหงาโดยไม่รู้ตัว แต่กระนั้นบางคนอาจคิดว่าฉันโอเคกับความเหงา เพราะเหงาเมื่อไหร่ฉันก็จะใช้โซเชียลบรรเทามัน ซึ่งนอกจากไม่ช่วยแล้วการกระทำเหล่านี้จะยิ่งทำให้คุณยิ่งเกิดความเหงาเพิ่มขึ้น ดังนั้นทางออกที่เหมาะสมคือการแบ่งความสำคัญ ลดการจดจ่อกับหน้าจอลงแล้วเพิ่มสังคมในโลกแห่งความจริงขึ้น ดีที่สุด