หัดมองโลกแบบช่างแม่ง สกิลที่ได้จากการเรียนศิลปะ

บทความนี้อาจจะไม่ได้ให้ความรู้มากมาย แต่อยากจะมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเจอเมื่อเรียนศิลปะ อะไรที่ Out of Control ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มันช่วยสอนเราทั้งในการทำงานศิลปะ รวมมาถึงการใช้ชีวิตด้วยซ้ำ

ต้องบอกก่อนว่าการเรียนศิลปะ มันมาพร้อมกับความคาดเดาไม่ได้ วาดๆ อยู่ดีๆ เราอาจจะเผลอเอามือไปปาดโดน ทำให้งานดำ พัง ผสมสีออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการ ปาดไปแล้วทำไงดี? สภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างที่ทำให้งานไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ต้องใช้อาจจะเกเรกับเราก็ได้

วางงานทิ้งเอาไว้ แต่แมลงเข้ามาตายในงานซะอย่างงั้น…

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนชิน เห็นจนเบื่อ โดยเฉพาะกับงานสีน้ำมันที่แห้งช้า ถ้าเราปล่อยงานทิ้งไว้ในห้องที่เปิดหน้าต่างโล่ง เราจะเห็นแมลงมาตอมบนงาน ตั้งแต่แมลงหวี่ ยุง แมลงวัน ตัวเล็กตัวน้อยมาหมด ซึ่งมันจะทำให้ผิวงานไม่เรียบ การจะวาดอะไรเพิ่มลงไปเป็นปัญหาเหมือนกัน แต่ก็ต้องปัดๆ แก้ๆ กันไป การเอาพู่กันแห้งๆ ปัดออก เอาทิชชู่เขี่ยออก หรือปล่อยให้แห้งแล้วปัดออกก็แก้ปัญหาได้เหมือนกัน

งานปั้น ดินสำคัญที่สุด! (แต่ถ้าเราคุมดินไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น…)

การเรียนประติมากรรมเป็นสิ่งหนึ่งที่ควบคุมได้ แต่คาดเดาไม่ได้เหมือนกัน เนื่องจากต้องใช้ดินปั้น สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือคุณภาพดิน ต้องเป็นดินที่พร้อมใช้งาน ไม่ใช่แข็งไปหรือเละไป และการดูแลดินให้ดีถือเป็นเรื่องสำคัญมาก บางทีเราฉีดน้ำพร้อมแล้ว เอาผ้าชื้นน้ำมาคลุม เอาถุงพลาสติกคลุมอีกที เซฟสุดๆ แต่ดินก็แห้งและแตกได้เหมือนกัน เจอกันประจำเวลาจะส่งงานดินก็ขยันแตกเหลือเกิน เลยเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและแก้กันไปให้ทันการ

ภาพพิมพ์ เทคนิคที่คาดเดายาก คอนโทรลก็ยาก

เทคนิคภาพพิมพ์เป็นอะไรที่ต้องพึ่งอุปกรณ์เยอะ บวกกับต้องผ่านขั้นตอนเยอะมาก มันไม่ได้ถ่ายทอดผลงานจากมือเราไปถึงกระดาษเลย บางเทคนิคต้องผ่านเป็นสิบๆ ขั้นกว่าจะได้งานศิลปะหนึ่งงาน คือเราต้องวาดลงไปบนแม่พิมพ์ นำแม่พิมพ์ไปผ่านกระบวนการโน่นนั่นนี่ กัดกรด ผ่านเครื่องพิมพ์ เพราะฉะนั้นความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งที่เกิดจากตัวเราเอง และเกิดจากอุปกรณ์

บางทีเราทำถูกทุกอย่าง แต่ความผิดพลาดเกิดจากอุปกรณ์ เพราะแม่พิมพ์บางอย่างเราจะไม่รู้เลยว่ามันพังจนกว่าจะพิมพ์ออกมาแล้ว ซึ่งเราอาจจะวาดไว้สวยมาก แต่เมื่อผ่านกรรมวิธี ผ่านกรด ผ่านการพิมพ์ สรุปภาพไม่ติดมาเลยก็มี หรือติดมาแล้วแต่ไม่ได้ตามที่ต้องการ นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานศิลปะ คือต้องเตรียมรับกับอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่แล้ว ประโยคที่จะได้ขึ้นใจเลยก็คือ “ทำภาพพิมพ์อย่าไปเครียดมาก” ไม่ใช่ว่ามันสอนให้เราช่างแม่งและไม่แคร์กับอะไรเลยที่เกิดขึ้น แต่เพียงต้องยอมรับ มีสติ และหาวิธีแก้ไขมันให้ได้ ยิ่งอยู่ในภาวะกดดันแบบช่วงที่จะส่งงาน Deadline หากเกิดอะไรที่คุมไม่ได้ขึ้นมาเราจะแก้ยังไง? และอีกอย่างที่ได้ความผิดพลาดและไม่เป็นไปตามคาดก็คือ ได้ภาพใหม่ๆ ที่เราไม่ได้คิดไว้ แต่มันอาจจะดีก็ได้

บางเหตุการณ์ไม่เหมาะกับคนที่เป็น Perfectionism มากๆ เพราะความที่ควบคุมไม่ได้ของมัน บางอย่างไม่ออกมาเป็นที่ต้องการ และถ้าเราไปเครียดกับมัน น่าจะไม่ดีกับตัวเราเองนี่แหละ วิธีการป้องกัน การทดลองเยอะๆ และจดบันทึกสามารถช่วยได้ ยิ่งเทคนิคที่เราต้องเล่นกับกรด เล่นกับอุปกรณ์ ความแม่นยำถือเป็นเรื่องสำคัญ ความชำนาญที่เกิดจากการทำซ้ำก็เป็นอีกทางที่ช่วยเราได้ เวลาเราวาดซ้ำๆ เยอะๆ เราจะรู้ว่าต้องลงน้ำหนักมือเท่าไรถึงจะพอดีกับการวาดรูปนั้นๆ

แต่ก็ยังอยากทิ้งท้ายไว้ว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ แค่ต้องยอมรับ และรีบแก้ไขมันอย่างมีสติ