ตำนานนักบุญวาเลนไทน์ ผู้ยอมถูกบั่นหัวเพื่อรักษาความรัก

“St Valentine Baptizing St Lucilla” โดยจิตรกรชาวอิตาเลียน Jacopo Bassano

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ดูจะเป็นวันที่หนุ่มสาวหลายคนรอคอย แต่เชื่อหรือไม่ว่าวันที่เรามอบความรักให้กันนั้นเป็นวันที่ นักบวชคนหนึ่งยอมเสียสละชีวิตเพื่อให้ความรักยังคงดำรงอยู่ต่อไป

ตำนานเกี่ยวกับนักบุญวาเลนไทน์หรือ เซนต์วาเลนไทน์ ที่เล่ากันได้ไม่รู้เบื่อทุกๆปีนั้น เริ่มต้นสมัยจักรพรรดิ์ เคลาดิอุสที่ ผู้ปกครองอาณาจักรโรมันด้วยอำนาจเผด็จการ ความต้องการของจักรพรรดิ์เคลาดิอุสที่ ในการขยายอาณาจักรโรมันทำให้ต้องกวาดต้อนชายฉกรรจ์มาเป็นทหารจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นการฝืนใจประชาชนที่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีการหลบหนีหมายเรียก สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับองค์จักรพรรดิ์

เมื่อเคลาดิอุสที่ ทราบเรื่องว่าชายฉกรรจ์ที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นทหารต่างพากันหนีหมายเรียก องค์จักรพรรดิ์รู้สึกโกรธเป็นอย่างยิ่ง และ พาลคิดไปว่าที่เหล่าชายหนุ่มไม่ยอมมาเป็นทหารเพื่อขยายอำนาจแห่งโรมนั้นเป็นเพราะชายหนุ่มเหล่านั้นติดลูก ติดเมีย จึงมีคำสั่งจากองค์จักรพรรดิ์ห้ามไม่ให้มีพิธีแต่งงาน และ พิธีหมั้นหมาย ซึ่งก็เหมือนกับห้ามไม่ให้หนุ่มสาวมีความรักต่อกัน อันเป็นการฝืนธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

คำสั่งห้ามมีพิธีแต่งงานและหมั้นหมายของจักรพรรดิ์ เคลาดิอุส สร้างความอึดอัดให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แม้จะมีคนไม่เห็นด้วยแต่พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวจะถูกลงโทษหากแต่มีนักบวชคนหนึ่งมีชื่อว่า “วาเลนไทน์” กล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่งองค์จักรพรรดิ์ ท่านได้ประกอบพิธีแต่งงานให้กับหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความรัก แม้รู้ดีว่าการประกอบพิธีของตนเองนั้นกำลังจะนำมาซึ่งมรณะกรรมของตนเอง

แน่นอนว่าการลักลอบประกอบพิธีแต่งงานมีขึ้นได้ไม่นาน ข่าวก็รู้ถึงหูขององค์จักรพรรดิ์ พลันก็มีคำสั่งให้ทหารจับกุมตัวนักบวชวาเลนไทน์มาคุมขัง และ ตัดคอเสียในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

แม้ว่าจะต้องเจอกับมรณะกรรม แต่ขณะที่อยู่ในคุก นักบวชวาเลนไทน์ ก็ยังคงมอบความรักให้กับผู้อื่น รวมไปถึงลูกสาวของผู้คุมที่นับเป็นมิตรสหายอีกคนหนึ่งที่ นักบวชวาเลนไทน์ ได้ช่วยเอาไว้ และเมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันประหาร นักบวชวาเลนไทน์ได้ส่งจดหมายอำลาไปยังลูกสาวของผู้คุมโดยลงชื่อไว้ท้ายจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของคุณ”

ด้วยการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของนักบวช วาเลนไทน์ ทำให้เขาได้รับการขนานนามเป็นนักบุญ หรือ เซนต์ หลังจากที่ถูกประหารชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้คือตำนานของนักบุญวาเลนไทน์

และถ้าค้นหาชื่อของนักบุญวาเลนไทน์ จากสารานุกรมของศาสนาคริส นิกายโรมันคาโธลิก จะพบว่ามีชื่อของเซนต์วาเลนไทน์ ที่มีหน้าที่แตกต่างกันถึงสามชื่อ หนึ่งคนคือนักบวชแห่งกรุงโรม อีกหนึ่งคนคือบิชอปแห่ง “อินเทรัมน่า” (ปัจจุบันคือ เมืองเทรนี่ ในอิตาลี) และคนที่สามคือเซนต์วาเลนไทน์ ที่เป็นนักบวชอยู่ในแอฟริกา

ขณะเดียวกันก่อนที่วันวาเลนไทน์จะเป็นวันที่หนุ่มสาวมอบความรักให้แก่กันแล้ว ในอดีตนั้นเมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ การระลึกถึงเซนต์วาเลนไทน์ จะเรียกว่า เทศกาลFeast of Lupercalia ในเทศกาลดังกล่าวจะมีการนำเอาชื่อหญิงสาว ใส่ไว้ในกล่องจากนั้นจะมีการจับรายชื่อเหล่านั้นโดยชายหนุ่มที่จับได้ชื่อใครจะได้ เที่ยวกับหญิงสาวตามรายชื่อในช่วงเทศกาลแห่งความรัก

หากแต่เทศกาลดังกล่าวดำเนินมาได้จนถึง คริสต์ศักราช 496 โป๊ปกาลาซิอุส ได้ตัดสินใจยกเลิกหยุดเทศกาล Feast of  Lupercalia และประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันวาเลนไทน์ โดยให้คู่รักได้แลกเปลี่ยนบทกลอน ข้อความแห่งความรักหรือของขวัญเล็กๆน้อยๆ แทนการเฉลิมฉลองเทศกาลแบบเดิม