24 ปีที่รอคอย BTS ถึง MRT สีชมพู

สมัยที่รถไฟฟ้า BTS กำลังจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในบ้านเราปี 1999 ผมและไอ้ตุ้ย (เพื่อนสมัยมัธยม ปัจจุบันเป็นกัปตันอยู่สายการบินหนึ่ง) โดดเรียนเคมี อ.อุ๊ สาขาสะพานควาย ไปทดลองนั่งรถไฟฟ้า BTS กันเป็นครั้งแรก โดยขึ้นจากสถานีสะพานควายนั่งยาวไปสุดที่สถานีอ่อนนุช ตอนนั้นจำได้ว่ามองลงไปปากซอยอ่อนนุช ยังเป็นพื้นที่โล่งอยู่เลย

จากวันนั้นผมก็คิดว่าหากมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหน้าบ้านเราที่ย่านรามอินทราบ้างก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งผลปรากฏว่า 24 ปีผ่านไป! วันที่ไอ้ตุ้ยแต่งงานมีลูก 2 ไปแล้ว ความฝันของผมและชาวรามอินทราเพิ่งจะเป็นจริงครับ ใช่แล้วครับรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู ได้ทำการทดลองวิ่งเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมเปิดให้บริการแบบเก็บเงินช่วงต้นเดือนมกราคมปี 2024

หนึ่งวันให้หลังจากที่มีข่าว “รางจ่ายกระแสไฟฟ้า” ของรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี หล่นลงมาโดนรถชาวบ้าน ผมยังคงใช้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ เส้นทางจากสถานีวัดพระศรี มายังรามอินทรา กม.6 และสังเกตได้ว่าในช่วงที่ยังให้ทดลองใช้ฟรี คนยังแน่นเหมือนเดิม และแทบไม่มีผลกับข่าว “รางจ่ายไฟฟ้าร่วง” แม้แต่น้อย

ขณะที่ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจอะไรมากนัก อาจเป็นเพราะชินกับข่าวอุบัติเหตุจากการก่อนสร้างรถไฟฟ้าแต่ละสายมาโดยตลอดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ ทั้งที่ความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับรางรถไฟฟ้าสีชมพู หากเกิดกับขบวนรถที่กำลังวิ่งอยู่ ไม่อยากจะคิดภาพเหมือนกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น และมีความเสียหายต่อชีวิตผู้โดยสารมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับกันตามตรงครับว่าในเมื่อยังเปิดให้ขึ้นฟรีและไม่มีความเสียหายรุนแรง คนก็ยังใช้บริการอยู่ จนกว่าจะมีการเก็บค่าโดยสาร นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะในช่วงที่ทดลองวิ่ง ผมเองก็มีโอกาสได้ใช้บริการบ่อยครั้ง สิ่งที่รับรู้จากพี่วินมอเตอร์ไซค์ปากซอยบ้านคือ เพื่อนพี่วินที่ขับรถเมล์สาย 150 บอกเลยว่าช่วงนี้ผู้โดยสารหายเกลี้ยง!

ใครที่อยู่โซนรามอินทรา-แจ้งวัฒนะ คงต้องรู้จักรถเมล์สาย 150 เป็นอย่างดีครับ ผมเคยนั่งตั้งแต่สมัยเป็นรถเมล์แบบไม่มีแอร์ มาปัจจุบันเป็นรถแอร์แบบร่วมบริการ ราคาเริ่มต้น 15 บาทถึง 25 บาท ซึ่งแน่นอนว่าหาก MRT สายสีชมพู เริ่มเก็บเงิน จะเริ่มที่ 15 บาทไปจนถึง 45 บาท ลูกค้าที่เป็นผู้โดยสารของรถเมล์สาย 150 อาจกลับมาคึกคักอีกครั้งก็ได้

ช่วงราคา 15 ถึง 45 บาท เอาจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นราคาที่ไม่ได้ถูกนะครับ ผมยกตัวอย่างรถ MRT สายสีเหลือง มีพี่ที่ทำงานในออฟฟิศผมที่บ้านเขาอยู่โซนศรีเอี่ยม เคยลองนั่งรถไฟฟ้ามาพร้อมลูก 1 คน ลงสถานีมหาดไทย จะเสียค่ารถคนละ 45 บาทต่อเที่ยว เท่ากับว่าไป-กลับ 2 คน ก็ปาเข้าไปแล้ว 180 บาท ยังไม่รวมค่าวินมอเตอร์ไซค์ไปกลับอีกราว 100 บาท

สรุปว่าหลังจากที่พี่เขาทดลองใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะได้อยู่สักระยะ ก็ตัดสินใจกลับมาใช้รถส่วนตัวเหมือนเดิม เพราะคิดราคาออกมาแล้ว ปรากฏว่าใช้รถยนต์ส่วนตัวถูกกว่า! นี่คือสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อสารว่า ไม่ใช่ว่าคนเขาไม่อยากใช้รถสาธารณะ และไม่ใช่ว่าคนมีรถส่วนตัวไม่อยากขึ้นรถไฟฟ้า แต่เป็นเพราะว่าเขาบวกลบคูณหารออกมาแล้วต่างหาก

แล้วหากจะไปเปรียบเทียบว่าทำไมไม่เรียนรู้จากคนญี่ปุ่นหรือประเทศแถบยุโรป ที่คนในเมืองใช้รถไฟเป็นยานพาหนะหลักในการเดินทาง ผมว่ามันก็เทียบกันไม่ได้ครับ เพราะนี่คือกรุงเทพฯ คนที่เขาสะดวกและใช้รถไฟเป็นประจำก็มี ส่วนคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา นั่นเป็นคำตอบที่ว่าเหตุใดมีรถไฟฟ้า กรุงเทพฯ ก็ยังรถติดอยู่ดี

สุดท้ายก็ต้องบอกว่าดีใจครับที่หน้าบ้านผมมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านเสียที หลังจากรอคอยมา 24 ปี แต่ที่ไม่แปลกใจ คือมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารถติดแต่อย่างใด เพราะนับจากที่ MRT สีชมพูทดลองวิ่ง คืนพื้นที่ถนนรามอินทราให้รถวิ่งได้ถึง 4 เลนแล้ว รถก็ยังติดเหมือนเดิมครับ (ฮา ๆ)