ซีรี่ย์ งานศิลปะของยุคสมัย

ภาพจาก Unsplash

การมาถึงของอินเตอร์เนทความเร็วสูงได้ทำให้การผลิตสื่อเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด และเช่นเดียวกันกับดนตรีและภาพยนต์ เทคโนโลยีมักจะมีผลกระทบต่อการเสพย์และสร้างสรรค์งานศิลปะเสมอ ผมเชื่อว่าพฤติกรรมการเสพย์สื่อในปัจจุบัน (ซึ่งเป็นผลมาจากอินเตอร์เนทที่ทั้งเร็วขึ้นและถูกลงในเวลาเดียวกัน) ทำให้เรามีงานศิลปะรูปแบบใหม่ ซีรี่ย์ในปัจจุบันได้วิวัฒนาการเข้าสู่การเป็นสื่อที่ผมคิดว่ามีความเป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจมากๆ

ทุกวันนี้ หลายๆ คนไม่ได้ดูทีวีอีกต่อไป เรามีทั้งยูทูป เนตฟลิ๊กซ์ และบริการออนไลน์จำนวนมากที่ถูกออกแบบมาเพื่อเผยแพร่สื่อวิดีโอออนไลน์ ในระดับพื้นฐานที่สุด เราเห็นยอดผู้ดูโทรทัศน์ที่ตกเอาฮวบๆ ที่อเมริกา เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องรอดูตอนใหม่ของซีรี่ย์โปรดเวลาเดิมทุกๆ สัปดาห์แล้ว ถ้าคุณทำงานดึกหรือกลับบ้านไม่ทันด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณก็สามารถที่จะรับชมมันออนไลน์ได้ ยิ่งเป็นรายการที่ได้รับความนิยมก็ยิ่งหาช่องทางได้ง่าย ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องรอฉายซ้ำหรืออ่านสรุปตามหนังสือพิมพ์

ยิ่งไปกว่านั้นคือ เราไม่ต้องไปตามหาแผ่นของละครหรือซีรี่ย์ที่จบไปแล้ว หรือไปตามเรื่องของซีรี่ย์ใหม่ที่เริ่มไปหลายซีซั่นแล้วจากแหล่งข้อมูลมือสองอย่างให้เพื่อนเล่าให้ฟัง เป็นต้น เราสามารถที่จะเริ่มดูมันเองตั้งแต่ตอนที่หนึ่งจนถึงตอนล่าสุดได้อย่างสะดวกสบายบนอินเตอร์เนท ถ้าสนุกมากๆ สักสามสิบตอนดูสองวันก็ยังได้ โลกเราได้เปลี่ยนไปแล้ว และผมคิดว่าซีรี่ย์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ถ้าเราคิดถึงรายการโทรทัศน์ฝรั่งที่ดังๆ สมัยก่อนก็คงนึกถึงรายการแบบ CSI ที่แต่ละตอนก็จะเป็นเรื่องของมันเอง แต่ว่าตัวละครไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือมีความคืบหน้าอะไรมากนักในชีวิต หรือบางรายการก็อาจจะมีตัวละครสักคู่นึงที่เป็นแฟนกัน แต่ก็เป็นได้ไม่นานแล้วก็เลิกกันกลับไปอยู่อย่างเก่า การเล่าเรื่องแบบนี้เหมาะกับการเสพย์ที่ประปรายและไม่แน่นอน คนดูสามารถดูตอนใหม่ได้ทุกเมื่อเวลามันออกอากาศโดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่รู้เรื่องถ้าไม่ได้ดูตอนที่แล้ว เพราะถ้าคุณรู้จักตัวละครครบ คุณก็จะเข้าใจไปเอง อีกขั้วหนึ่งก็คือละครที่จ้องจะให้คนดูติดตามตลอดทุกตอนเพราะไม่งั้นจะเล่าเรื่องไม่ได้ และต่างช่องก็จะต่างแย่งคนดูในเวลาไพรม์ไทม์เสมอ

แต่ในยุคนี้ ผู้ผลิตซีรี่ย์ไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไประหว่างการเขียนเนื้อเรื่องให้จบในตอน ให้ตัวละครหยุดนิ่ง หรือต่อสู้กันเพื่อให้ตนเป็นเจ้าของสายตาจำนวนจำกัดที่มาตามเวลา ในปัจจุบัน ผู้ชมมีอิสระที่จะติดตามรายการหรือซีรี่ย์ที่ตัวเองชื่นชอบผ่านบริการออนไลน์ต่างๆ ทำให้ผู้ผลิตซีรี่ย์มีอิสระที่จะเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมาขึ้นหลายเท่าตัว ตัวละครในซีรี่ย์อย่าง Breaking Bad หรือ House of Cards และเนื้อเรื่องอย่าง Game of Thrones มีความลึกและละเอียดมากกว่าแม้ภาพยนต์จะฝันถึง อันที่จริง ผมไม่คิดว่าสื่ออย่างภาพยนต์มีความสามารถที่จะเล่าเรื่องอย่างชีวิตของ Walter White ด้วยซ้ำ และนี่คือเหตุผลที่ผมเชื่อว่า ซีรี่ย์ คืองานศิลปะของยุคสมัย

สื่ออย่างหนังสือ ถึงแม้จะซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้เติมเต็มความรู้สึกทางภาพและเสียงสำหรับทุกคน ภาพยนต์ก็ทำให้ยาวมากไม่ได้ และถึงแม้จะเป็นไตรภาค (หรือเป็นแฟรนไชซ์อย่าง Marvel) ก็ยังสู้จำนวนชั่วโมงของซีรี่ย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ ผมว่าสิ่งที่คล้ายกับซีรี่ย์ในปัจจุบันมากที่สุดคือ การ์ตูนอนิเมะ เพราะว่าโดยมากการ์ตูนญี่ปุ่นมักจะพยายามเดินเรื่องเสมอ (แต่ก็ย่อมมีข้อยกเว้นอย่าง โคนัน เป็นต้น)

แต่ผมว่าการเปรียบเทียบซีรี่ย์กับอนิเมะคงทำได้ยากเพราะหลายครั้งการ์ตูนที่ออกโทรทัศน์ก็ถูกดัดแปลงมาจากการ์ตูนเล่มๆ และอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่นก็เป็นสิ่งที่ผมไม่รู้จักมากนัก แต่ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าวงการอนิเมะที่ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างไรจากปรากฎการณ์นี้ ถ้าผู้อ่านท่านไหนรู้ก็ช่วยแบ่งปันด้วยนะครับ

ท้ายที่สุดคือ สำหรับผมแล้วสื่อที่มีการเสพย์อย่างเข้มข้นอย่างซีรี่ย์หลายๆ เรื่อง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดสำหรับเรื่องราวที่ซับซ้อนและตัวละครที่ลึกนั้นไม่เคยจากหายไปเลย แท้จริงแล้วมนุษย์ได้ค้นพบอีกหนึ่งวิธีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดและอารมณ์ให้กันและกันต่างหาก