การอนุรักษ์เสียงดนตรีที่ถูกลืม

องค์กร Internet Archive ได้ร่วมมือกับ ARChive of Contemporary Music ในการนำเอาแผ่นเสียงจากช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบันกว่า 200,000 แผ่น มาอัดและอัพโหลดออนไลน์เพื่อวัตถุประสงค์ทาง การศึกษา และการใช้งานส่วนตัว ซึ่งสำหรับแฟนดนตรีทั้งหลายแปลว่าตอนนี้ พวกเรา สามารถ ฟังดนตรีจำนวนมหาศาล ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

โครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ยังใหม่อยู่ ทั้งแผ่นเสียงและข้อมูลเกี่ยวกับ ศิลปิน ก็กำลังถูกแก้ไขและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เว็บไซต์ก็ยังใช้งานไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ผมก็ยังรู้สึกทึ่งกับมันอยู่ดี แต่พอฟังๆไปได้สักพักผมก็เลยอยากจะตั้งข้อสังเกตุ สามข้อให้คุณผู้อ่าน ได้คำนึงถึงเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดนตรีทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้เป็นชาวอเมริกันและยังไม่นับว่าแผ่นเสียง shellac ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ของอเมริกา ถึงแม้ว่าจะมีดนตรีในภาษาโปแลนด์ รัสเซีย และจีนอยู่บ้างก็ตาม แผ่นเสียงจำนวนมากที่ได้รับการอนุรักษ์ภายใต้โครงการนี้ก็เป็นดนตรีของศิลปินอเมริกัน ถ้าหากเรามองกลับไปในอดีต สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็คือ สิ่งที่ได้รับการบันทึก และเก็บรักษาเอาไว้

ฉะนั้นถ้าหากว่าโครงการอนุรักษ์ดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีแต่ดนตรีอเมริกันล่ะ? ถ้าหากเรามองจากมุมมองของแบบ Postcolonialism ประวัติศาสตร์ดนตรีก็จะถูกจารึก โดยจักรวรรดิที่มีอำนาจและนวัตกรรมที่ก้าวหน้ากว่า (หรือประเทศอเมริกานั่นเอง)

แต่ผมไม่คิดว่านี่เป็นปัญหานี้จักรวรรดินิยม มันเป็นเพียงแค่ผลที่ตามมาของการพัฒนา ทางเทคโนโลยี แต่ผมว่ามันน่าสงสัยว่าประวัติศาสตร์ดนตรีที่ยังเหลือให้ศึกษากันในปัจจุบัน จะมีช่องว่างอยู่มากแค่ไหน โดยเฉพาะดนตรีโบราณในยุคที่ไม่ได้มีการอัดเสียง บทเพลงบางเพลง ก็อาจเป็นเพียงแค่เพลงร้องที่สืบทอดกันโดยไม่ได้มีการบันทึกเป็นตัวอักษซึ่งก็อาจได้เลือนหายไปตามกาลเวลา

ในฐานะของคนที่มีความสนใจในดนตรี จากมุมมองของสังคมมนุษย์ มันเลยทำให้ผมนึกถึงประเด็นที่สอง ซึ่งก็คือ ดนตรีเก่าๆ ที่เหลือรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ก็จะย่อมเป็นดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หรือเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่มีเงินทอง อำนาจ หรืออิทธิพล ทำให้ประวัติศาสตร์ของดนตรีเป็นประวัติศาสตร์ของรสนิยมดนตรี ชนชั้นสูงเป็นส่วนมาก ซึ่งมันก็น่าเสียดายที่เรื่องราวของคนกลุ่มน้อยก็ย่อมจะถูกลืมไปโดยปริยาย

แต่การอยู่รอดของดนตรีในยุคแห่งข้อมูลและอินเตอร์เนตก็อาจจะเปลี่ยนไปสักหน่อย ทำให้ลักษณะการเลือนหายไปของเพลงเก่าๆ เปลี่ยนไปเช่นกัน ทุกๆ วันมีคนที่แต่งเพลงใหม่ๆ ออกมาอย่างนับไม่ถ้วนตลอดเวลา และการเก็บข้อมูลออนไลน์ก็จะทำให้การเสื่อมโทรม ทางกายภาพไม่เป็นปัญหาเหมือนเมื่อก่อน

แต่ในอีกทางหนึ่ง ถึงดนตรีที่ไม่ได้รับความนิยม มากนักจะไม่ได้หายไป เพลงเหล่านั้น ก็จะจมหายลงไปในทะเลของดนตรีใหม่ๆ ที่ออกมาทุกวัน ทำให้โอกาสที่คนจะมาพบก็ยิ่งน้อยลง ไปตามๆ กันการอนุรักษ์เพลงในอนาคตอาจจะไม่ใช่ การบันทึกแต่เป็นการจัดเก็บ และสร้างเครือข่ายให้งานประพันธ์เหล่านี้ถูกค้น ได้ง่ายดายและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีครับ คุณผู้อ่านสามารถไปลองค้นดนตรีเก่าๆ แปลกๆ ที่หาฟังยากๆ ได้ที่ archive.org