“จุดอ่อนของโนแลน และเหตุที่ผมไม่ชอบ ‘ดันเคิร์ก’”

ภาพจาก dunkerquepromotion.org

ดันเคิร์ก (2017) คือภาพยนต์เรื่องล่าสุดจากผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนที่นักวิจารณ์ทั่วโลกต่างเทดาวกันให้อย่างถล่มทลาย แต่ผมไม่คิดว่าดันเคิร์ก (2017) เป็นหนังที่ดีขนาดนั้น อันที่จริงหนังเรื่องนี้ทำให้ผมเข้าใจมากด้วยซ้ำว่าทำไมผมถึงไม่ชอบหนังหลายๆ เรื่องของโนแลน สำหรับผมแล้ว คริสโตเฟอร์ โนแลนเป็นผู้กำกับที่ให้ความสนใจกับเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่รอบๆ มากกว่าความรู้สึกภายในของตัวละคร

ตอนที่ผมเดินออกมาจากโรง IMAX ผมเข้าใจเลยนะว่าทำไมนักวิจารณ์หลายๆ คนต่างยกย่องว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดี ทั้งมุมกล้องที่ตระการตา ซาวด์แทรคที่ละลายเส้นแบ่งระหว่างดนตรีและเอฟเฟคเสียง และโครงร่างการเล่าเรื่องที่ไม่ธรรมดา ลักษณะเหล่านี้ต่างเป็นที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่มองหามัน แต่ผมไม่รู้สึกว่าเทคนิคเหล่านี้ช่วยให้ผมรู้สึกอินกับเนื้อเรื่องและชะตาชีวิตของตัวละครเลย อันที่จริง ผมคิดว่าโนแลน อยากที่จะดึงความสุขความสนใจของผู้ชมออกจากตัวละครด้วยซ้ำ เพราะนี่คือสิ่งที่โนแลน ทำอยู่เสมอ

หนังของโนแลนเป็นหนังที่ถูกขับเคลื่อนโดยสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวละคร แม้แต่การกระทำของตัวละครก็มักจะถูกถ่ายทอดผ่านผลกระทบของมัน แทนอารมณ์หรือความรู้สึก คุณผู้อ่านลองนึกกลับไปถึงหนังอย่าง Inception (ชื่อไทย จิตพิฆาตโลก) (2010) หรือไตรภาค Batman ของโนแลนดูสิ การเดินเรื่องของหนังเหล่านั้นมักจะดำเนินไปต่อเมื่อสถานการณ์รอบๆ ตัวละครเปลี่ยน แต่น้อยครั้งมากที่มันจะถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ หนังบางเรื่องอย่าง The Prestige (ชื่อไทย ศึกมายากลหยุดโลก) (2006) อาจเป็นข้อยกเว้น แต่ผมก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าแม้ในหนังเรื่องนั้น โนแลนก็มีความสนใจในเงื่อนไขของเหตุการณ์มากกว่าตัวละครอยู่ดี เพียงแค่เนื้อเรื่องของ The Prestige (2006) บังคับให้เขาต้องพูดถึงความรู้สึกของตัวละครอยู่ไม่น้อย

แต่ดันเคิร์กไม่ได้เป็นอย่างนั้น โนแลนเชื่อว่าเขาสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกสิ้นหวังของทหารอังกฤษที่รอความตายอยู่บนหาดโดยการบอกเงื่อนไขของสงคราม ณ เวลานั้นให้ผู้ชมเข้าใจ เขาเชื่อว่าถ้าเพียงแค่คุณเข้าใจว่าสถานการณ์นั้นมันแย่แค่ไหน คุณก็จะรู้สึกสงสารและเห็นใจทหารเหล่านั้นไปเอง มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ตัวละครแต่ละตัวแทบจะไม่ได้พูดได้จากันเลย และบทพูดน้อยๆ ที่มีอยู่ก็มักจะเสียไปกับการเล่าสิ่งที่เล็กน้อย หรือวาทกรรมชาตินิยม ผมไม่ผมสามารถที่จะรู้สึกสงสารทหารเหล่านี้ได้เพราะสงครามก็ย่อมที่จะเป็นพื้นที่ที่โหดร้าย ไม่ต้องบอกก็รู้ เปิดเรื่องมานาทีแรกก็ล้มตายกันซ้ายขวา แล้วตัวละครที่ผมกำลังติดตามอยู่บนจอต่างจากอีกเป็นร้อยเป็นพันที่ตายไปแล้วยังไง ต้องสงสารคนเหล่านั้นด้วยไหม? โนแลนไม่เคยตอบคำถามเหล่านี้เลย

ผมน่ะอยากจะชอบหนังเรื่องนี้นะ เพราะผมคิดว่าโนแลนเป็นผู้กำกับที่มีความสามารถที่จะสร้างความตื่นเต้นและเร้าใจที่มีกลิ่นอายของความจริงได้ดีมาก แถมเรื่องของสมรภูมิที่ดันเคิร์กก็มีศักยภาพมากเช่นกัน แต่การที่โนแลนไม่ได้ให้ความสนใจกับตัวละครของเขาทำให้ดันเคิร์ก (2017) เป็นหนังสงครามที่ขาดความเป็นมนุษย์ ราวกับว่าโนแลนกำลังเอาตุ๊กตาที่สมจริงมากๆ มาเชิดให้ผมดูระหว่างเล่าประวัติสงครามอย่างคร่าวๆ ด้วยเหตุนี้ผมถึงคิดว่าความสามารถในฐานะ “ผู้สร้าง” ภาพยนต์ของโนแลนทำให้นักวิจารณ์หลายคนไม่เห็นจุดบอดของโนแลนในฐานะ “ผู้กำกับ”