10 อันดับมหาเศรษฐี ที่ร่ำรวยที่สุดในไทย 2019

(9 พ.ค. 62) นิตยสาร Forbes ประเทศไทย จัดอันดับอภิมหาเศษฐีไทย ประจำปี 2562 แม้ความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จะทำให้มีส่วนบั่นทอนบรรยากาศความเชื่อมั่น ฉุดค่าเงินบาท และดึงดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยรวมของมหาเศรษฐีในทำเนียบจะปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ปีนี้ก็ยังมีทั้งมหาเศรษฐีผู้อันดับคงที่มาตั้งแต่ปีก่อนๆ และมหาเศรษฐีหน้าใหม่เข้ามาในทำเนียบอยู่

อันดับ 10 : สมโภชน์ อาหุนัย
(มูลค่าทรัพย์สิน 2.83 พันล้านเหรียญ หรือราว 9.03 หมื่นล้านบาท)

สมโภชน์ อาหุนัย เริ่มต้นก่อตั้ง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตพลังงานทดแทน เมื่อปี 2549 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2556 โดยปี 2561 ตัวเขาและครอบครัวถือครองหุ้นใน EA อยู่ 44% ซึ่งการปรับราคาหุ้นขึ้นถึง 55% ในปีที่ผ่านมา ทำให้ความร่ำรวยของเขาเพิ่มขึ้น 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และก้าวขึ้นมาสู่ Top 10 ในทำเนียบนี้

อันดับ 9 : วานิช ไชยวรรณ
(
มูลค่าทรัพย์สิน 2.85 พันล้านเหรียญ หรือราว 9.09 หมื่นล้านบาท)

สินทรัพย์ส่วนใหญ่ของ วานิช ไชยวรรณ มาจาก บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศ โดยมีบริษัท Meiji Yasuda จากประเทศญี่ปุ่นร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 15% ปัจจุบันไทยประกันชีวิตมีผู้นำคือลูกชายคนโตของวานิช และนอกจากนี้วานิชยังมีหุ้นส่วนใน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีเจ้าของคือมหาเศรษฐี เจริญ สิริวัฒนภักดี นั่นเอง

อันดับ 8 : ตระกูลโอสถานุเคราะห์
(มูลค่าทรัพย์สิน 3 พันล้านเหรียญ หรือราว 9.57 หมื่นล้านบาท)

โอสถสภา ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังขายดี M-150 และ ธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภคเก่าแก่ของไทย ปัจจุบันมี เพชร โอสถานุเคราะห์ เป็นซีอีโอของโอสถสภา ซึ่งเขาเป็นทายาทรุ่น 4 ของกิจการ นอกจากนี้เพชรยังรับหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งก่อตั้งโดยครอบครัวของเขา และเป็นนักสะสมงานศิลปะที่สะสมผลงานมานานกว่าสามทศวรรษแล้ว

อันดับ 7 : นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
(มูลค่าทรัพย์สิน 3.4 พันล้านเหรียญ หรือราว 1.08 แสนล้านบาท)

ผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจสุขภาพของเมืองไทยและอดีตแพทย์ผ่าตัด ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ คือผู้ก่อตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) ซึ่งเป็นเจ้าของการกิจการเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของไทย และเขายังเป็นเจ้าของสายการบินระดับภูมิภาค บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) และยังมีกิจการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล PPTV ร่วมด้วย

อันดับ 6 : อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา
(มูลค่าทรัพย์สิน 4.7 พันล้านเหรียญ หรือราว 1.50 แสนล้านบาท)

หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อ วิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกข้างสนามฟุตบอล King Power Stadium ทำให้ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา (อายุ 33 ปี) ลูกชายของเขาต้องขึ้นมานั่งแท่นบริหารบริษัท และรับทรัพย์สินทั้งหมดของบิดาอย่างเต็มตัว ซึ่งการรับมรดกนี้ทำให้อัยยวัฒน์มีชื่อในทำเนียบเศรษฐี Forbes เป็นครั้งแรก รวมถึงเป็นเศรษฐีไทยที่อายุน้อยที่สุดด้วย

อันดับ 5 : สารัชถ์ รัตนาวะดี
(มูลค่าทรัพย์สิน 5.2 พันล้านเหรียญ หรือราว 1.66 แสนล้านบาท)

สารัชถ์ รัตนาวะดี เป็นผู้ถือหุ้นหลักของ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ซึ่งระบุว่าก่อตั้งขึ้นในปี 2554 แต่ก่อนหน้านี้กลุ่มกัลฟ์เริ่มลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้ามาตั้งแต่ 20 ปีก่อน โดยกัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ มีโรงไฟฟ้าทั้งที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อรวมทุกบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนภายใต้เครือข่ายของกัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ร่วม 33 โครงการ รวมทั้งที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้าง

อันดับ 4 : เจริญ สิริวัฒนภักดี
(มูลค่าทรัพย์สิน 3.4 พันล้านเหรียญ หรือราว 1.08 แสนล้านบาท)

เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีชื่อเสียงโด่งดังจากเบียร์ช้างและเหล้าแสงโสม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์นอกตลาดหุ้นอย่าง ทีซีซี แลนด์ กรุ๊ป และ กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเครื่องดื่มและอสังหาฯ ของสิงคโปร์อีกด้วย

อันดับ 3 : เฉลิม อยู่วิทยา
(มูลค่าทรัพย์สิน 1.62 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 5.17 แสนล้านบาท)

เฉลิม อยู่วิทยา ผู้นำตระกูลอยู่วิทยาที่เป็นเจ้าของสัดส่วนหุ้นรวมกัน 51% ใน บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด (Red Bull) นอกจากนี้บริษัทยังเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้พลังงานแบบอัดแก๊ส ชาขาว เครื่องดื่มเกลือแร่ และขนมเมล็ดทานตะวัน ซึ่งทั้งหมดบริหารภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP

อันดับ 2 : ตระกูลจิราธิวัฒน์
(มูลค่าทรัพย์สิน 2.1 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 6.70 แสนล้านบาท)

ตระกูลจิราธิวัฒน์ คือผู้อยู่เบื้องหลังเซ็นทรัลกรุ๊ป บริษัทพัฒนาศูนย์การค้ารีเทล ซึ่งทำรายได้รวม 9,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย 30% ของรายได้ทั้งหมดมาจากกิจการในต่างประเทศ ปัจจุบันเซ็นทรัลกรุ๊ปมีแม่ทัพใหญ่คือ ทศ จิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ก่อตั้งบริษัท

อันดับ 1 : ตระกูลเจียรวนนท์
(มูลค่าทรัพย์สิน 2.95 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 9.41 แสนล้านบาท)

ตระกูลเจียรวนนท์ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นเจ้าของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารสัตว์และปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันเครือเจริญโภคภัณฑ์นำโดย ธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นประธานอาวุโส และครองส่วนแบ่งทรัพย์สินร่วมกับพี่อีก 3 คน ได้แก่ จรัญ เจียรวนนท์, มนตรี เจียรวนนท์, สุเมธ เจียรนนท์

เหนืออื่นใด นิตยสาร Forbes (ต้นฉบับ) ยังได้จัดอันดับและระบุว่ามี 2 มหาเศรษฐีไทยติดเข้าไปอยู่ใน Top 100 บุคคลที่รวยที่สุดในโลกอีกด้วย รายงานดังกล่าวเปิดเผยเมื่อ 5 มี.ค. 62 โดยสองมหาเศรษฐีไทยคือ ธนินท์ เจียรวนนท์ (ร่ำรวยเป็นอันดับ 75 ของโลก) และ เจริญ สิริวัฒนภักดี (ร่ำรวยเป็นอันดับ 87 ของโลก) *อันดับแตกต่างกับนิตยสาร Forbes ประเทศไทย* ทั้งคู่มีทรัพย์สินมากกว่ามหาเศรษฐีอันดับ 1 ของสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 112 เรียกได้ว่าความร่ำรวยของมหาเศรษฐีไทยนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ