“ใจเขาใจเรา” อย่าให้เป็นคำพูดที่ว่างเปล่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวของคนนั่งวีลแชร์ ที่ต้องรอ ลิฟท์ (ที่มีไว้สำหรับคนพิการ และ คนสูงอายุ) เพื่อขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้า นั้นเป็นภาพที่บ่งบอกอะไรได้มากมายในสังคมนี้นะคะ มันเหมือนกับเวลาขึ้นรถเมล์ หรือ รถไฟฟ้า แล้วที่นั่งที่ถูกระบุว่าเป็นที่นั่งสำรองสำหรับพระภิกษุ คนชรา เด็ก และ หญิงมีครรภ์ แต่มีคนปกตินั่งอยู่ หรือ เวลาต้องข้ามถนนตรงทางม้าลายแล้วคนข้ามต้องรอจังหวะเอง รถไม่หยุดให้ (ผู้เขียนนั้นเคยเจอรถเปิดไฟสูงไล่แต่ไกลไม่ให้ข้ามมาแล้ว) 

ตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นภาพที่เราเห็นเป็นประจำ เป็นภาพที่เห็นกี่ทีก็เชื่อว่ามีแต่คนรู้สึกไม่ดี แต่ก็ยังมีออกมาเรื่อยๆ และเรื่องแบบนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการศึกษา ไม่เกี่ยวกับฐานะ แต่เป็นเรื่องของการถูกปลูกฝังสิ่งที่เรียกว่า “ใจเขาใจเรา” และ “ความเห็นอกเห็นใจ” 

ลองในมุมกลับ ถ้าคุณต้องนั่งรถเข็น คุณอาจไม่ได้เป็นผู้พิการ แต่คุณมีอาการบาดเจ็บ แล้วเดินไม่สะดวก ต้องนั่งรถเข็น เพื่อไปทำธุระ ถ้าคุณต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ ชีวิตก็แสนจะยากลำบากอยู่แล้ว แต่นี่แค่จะขึ้นสถานียังต้องเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคุณจะรู้สึกอย่างไร หรือคิดไปถึงอนาคต เมื่อคุณอายุมากขึ้น ข้อเข่าคุณไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว จะให้เดินขึ้นบันได ก็ลำบาก แรงจะเบียดกับคนก็ไม่มี แล้วต้องเจอกับสภาพสังคมแบบ “ต่างคนต่างทำตามความต้องการของตนเอง” คุณจะรู้สึกอย่างไร 

คิดต่อไปอีกเยอะๆ ถ้าคุณเลือกจะอยู่แบบ “ไม่สนใจใคร” หรือ “ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่าง” คุณจะได้สังคมแบบที่คุณเป็นนั่นแหละ แล้วคุณก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า เพราะคุณเลือกเอง และเชื่อเลยว่า คุณเองก็ไม่ได้อยากอยู่ในสังคมแบบนั้น ทุกคนต่างก็อยากมีชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทุกคนต่างมีน้ำใจ ไม่มีใครเอาเปรียบใคร ถ้าคุณชอบแบบนี้ ก็ต้องเริ่มที่ตัวคุณเอง และ ต้องไม่เป็นทุกอย่างที่คุณเกลียด 

มีคนเคยกล่าวถึงเรื่อง ความเห็นอกเห็นใจ และ ใจเขาใจเรา เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “ความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ ที่คุณเคยเจอกับเหตุการณ์นั้นมาแล้วเมื่อมีคนอื่นต้องเจอแบบเดียวกับที่คุณประสบมา การแสดงความเห็นอกเห็นใจคือสิ่งที่คุณควรทำ ส่วนการเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือความรู้สึกที่คุณมีให้ผู้อื่นและสำนึกรู้ได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน” ลองฝึกให้เป็นนิสัยนะคะ ถ้าคุณไม่อยากอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว 

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ