ลิเวอร์พูลจะได้กี่แชมป์

แม้ผมจะไม่ได้เป็นแฟนหงส์ แต่โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกมาตลอดว่าทีมทีมนี้ มีสิ่งพิเศษบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรได้

ย้อนไปในปี 2005 ตอนที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูซีแอลแบบพลิกนรก ด้วยการเอาชนะเอซี มิลาน ในการดวลจุดโทษ ทั้งที่โดนนำไปก่อนถึง 3-0  เมื่อจบครึ่งแรก  ก่อนที่สุดท้าย ฌิมี่ ตราโอเล่ และ สตีฟ ฟินแน่น จะได้ชูถ้วยแชมป์สโมสรยุโรปหน้าตาเฉย 

มาถึงปีนี้ ปีที่แฟนหงส์ตื่นเต้นและลุ้นมากที่สุด ลูกทีมของเยอร์เกน คล็อปป์ มาดีจนถึงขั้นได้ลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดในวันสุดท้าย รวมถึงยังได้เข้าชิงถ้วยใหญ่ของยุโรปเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

เกมนัดรองชนะเลิศนัดที่สองที่สนามแอนฟิลด์เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่า มีสิ่งพิเศษเกิดขึ้นกับทีมทีมนี้ หลังพลพรรคเครื่องจักรสีแดง เปิดบ้านยิงบาร์เซโลน่า 4-0 พร้อมผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-3 

ปัจจัยที่ทำให้ลิเวอร์พูลเข้ารอบได้ นอกจากเรื่องฝีเท้าและการวางแผนของคล็อปป์แล้ว ผมมองว่าบาร์ซ่าประมาทเกินไปกับการมาเยือนสนามระดับแอนฟิลด์ และเมื่อสกอร์ไหลเป็น 3-0 ณ นาทีนั้น แม้บาร์ซ่าจะขอแค่ยิงประตูทีมเยือนแค่ลูกเดียวก็เข้ารอบ แต่พวกเขากลับทำไม่ได้

ใครที่ดูเกมนี่อยู่ น่าจะเห็นเหมือนผมว่าทีมระดับบาร์ซ่า หมดใจ และแทบจะต่อเกมกันไม่ติด มีเพียงจังหวะเมสซีลากฝ่าวงล้อมผู้เล่นเจ้าถิ่น และเรียกฟรีคิกได้เท่านั้น ที่ดูจะมีลุ้นขึ้นมาบ้าง  และยิ่งใครได้เห็นประตู 4-0 ของโอริกิ ยิ่งชัดเจนว่า สมาธิและใจของบาร์ซ่า หายเกลี้ยงหมดแล้ว

ภาพของเมสซี่ เดินคอตก ไม่พูดไม่จา จากในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่เมสซี่ ไม่สามารถก้าวข้ามความกดดันและกระตุ้นเพื่อนๆให้พลิกสถานการณ์กลับมาได้ 

รวมถึงหากย้อนกลับไปในเกมกับนิวคาสเซิล หากโม ซาล่าห์ ไม่เจ็บ บางที ลิเวอร์พูลอาจจะไม่ชนะ และไม่มีโอกาสลุ้นแชมป์ลีกจนถึงวันสุดท้ายก็เป็นได้

สุดท้ายไม่ว่า ‘หงส์แดง’ จะได้กี่แชมป์ในฤดูกาลนี้ ผมคิดว่า มันเป็นปีที่โคตรคุ้มของทั้งแฟนบอลทุกๆทีม ที่ได้เห็นสิ่งพิเศษเหล่านี้ครับ