ทำไม? “ผัดกะเพรา” ถึงเป็นเมนูยอดนิยม

ผัดกะเพราเป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมที่สุดจานหนึ่ง ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ร้านอาหารตามสั่งธรรมดา กระทั่งในเซเว่นอีเลฟเว่น ไปจนถึงระดับร้านอาหารขึ้นชื่อ

“แม้ผัดกะเพราจะถูกเรียกเป็นอาหารสิ้นคิด แต่ผัดกะเพราก็ยังคงเป็นอาหารจานด่วนที่ครบทุกรสชาติ ถูกปากคนทุกชนชั้น และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน”

สำหรับวัตถุดิบในการทำผัดกะเพราประกอบไปด้วย เนื้อสัตว์ พริก กระเทียม ใบกะเพรา ซึ่งบางร้านก็ใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน หอมหัวใหญ่ลงไปด้วย และเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการทำผัดกะเพรา ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือแม้แต่ ปลา หอยแมลงภู่ เนื้อปู ฯลฯ ก็สามารถนำมาทำเป็นเมนูผัดกระเพราได้ทั้งหมด

ส่วนวิธีการปรุงนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่ผัดวัตถุดิบทุกอย่างเข้าด้วยกัน และปรุงรสตามใจชอบด้วยน้ำตาล ผงชูรส น้ำปลา ซีอิ๊วดำ พริกไทยป่น เติมน้ำสต๊อกเพิ่มความขลุกขลิก เสร็จพร้อมเสิร์ฟรับประทานคู่กับข้าวสวย หรืออาจกินกับไข่ดาวด้วยก็ได้ สุดท้ายหากมีเครื่องปรุงอย่างน้ำปลาพริกด้วย ก็ยิ่งจะทำให้การกินผัดกะเพรานั้น เผ็ดร้อนและอร่อยขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดีผัดกะเพราน่าจะเพิ่งนิยมราวเมื่อปี 2500 โดยน่าจะดัดแปลงมาจากอาหารจีน ที่ตำรับจีนเอาเต้าเจี้ยวดำมาผัดกับกระเทียมเจียวให้หอม แล้วจึงเอาเนื้อสับหรือไก่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัดกับน้ำปลาและซีอิ๊วดำ

“ผัดกะเพราไม่ใช่เมนูอาหารที่ได้รับความนิยมเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
เพราะที่ ‘ญี่ปุ่น’ กระแสความนิยมในเมนูนี้ ก็เริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ทางศูนย์วิจัย เจเอ็มเอ รีเสิร์ซ ของประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการสำรวจแนวโน้มอาหารในครอบครัวญี่ปุ่น ปี 2559 ที่ผ่านมา และพบว่าอาหารไทยที่ติด 15 อันดับแรกของเมนูอาหารต่างชาติ ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทำรับประทานมากที่สุดในครอบครัว คือข้าวผัดกะเพรา และข้าวมันไก่

ทั้งนี้ผลการสำรวจของ Retty ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารชื่อดัง ยังพบอีกว่า สมาชิกกว่า 83% ชื่นชอบอาหารไทยมาก โดยให้เหตุผลถึงรสชาติที่เผ็ดและกลิ่นหอมของสมุนไพรไทย ซึ่งทำให้ข้าวผัดกะเพรากลายเป็นเมนูยอดนิยมของสมาชิกกว่า 66%

และเหนืออื่นใดในปี 2561 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซาก้า ยังได้รายงานอีกว่า ช่วงอากาศร้อนของโตเกียว อาหารไทยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวผัดกะเพรา ด้วยกระแสที่ว่าก้าวผ่านหน้าร้อนด้วยอาหารเมืองร้อน ทั้งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของใบกะเพรา กระแสความนิยมในเมนูนี้จึงมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง