ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

ความรักนั้นหากให้นิยามหรือบอกความหมาย ไปถามร้อยคนก็คงได้มาร้อยคำตอบ เพราะในมุมมองของแต่ละคน ก็มักจะมีมุมมองในเรื่องนี้ต่างกัน แต่คิด ๆ ดูแล้วมันก็คงจั๊กจี้ใช่เล่น ที่อยู่ ๆ มีคนมาถามว่า รักคืออะไร ถึงแม้จะมีคำตอบในหัว แต่คงดูเลี่ยนเวอร์หากจะพูดออกไป

อีกทั้งแล้วความรักความสัมพันธ์นั้นก็มีด้วยกันหลายรูปแบบ ลงว่าฉันรักเขา ก็ต้องมาถามอีกทีว่ารักแบบไหน จะแบบ พี่น้อง รักในความเป็นตัวเขา รักเขาข้างเดียว จะรักแบบไหนก็รักไปไม่มีถูกผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แคร์ความรู้สึกตัวเองด้วยแล้วกัน

แต่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่ว่ามีผิดมีถูก แต่เป็นรูปแบบที่มีแต่ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นคือ การคบชู้ หรือให้เรียกแบบสมัยใหม่ทันยุคหน่อยก็ต้องใช้คำว่า กิ๊ก

การมีกิ๊ก ความหมายตรงตัวก็คือหนึ่งในรูปแบบการคบซ้อน ซึ่งไม่เป็นที่น่าพิศมัยต่อสังคมส่วนรวมแน่นอน นั่นจึงทำให้ก่อนมีกิ๊กนั้นต้องแอบคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

สงสารก็แต่ตัวจริง คนที่เขามาก่อนแต่กลายเป็นว่าต้องถูกคนที่เขารักและไว้ใจนั้นหักหลังโดยไม่แยแสแคร์ความรู้สึก พอคิดหาเหตุผลแล้วก็แปลกใจนะ ถ้าคนที่มีความสัมพันธ์กับใครสักคนอยู่แล้ว เมื่อไปสานสัมพันธ์กับคนใหม่อีกคน เจ้าตัวคนใหม่นั้นก็เห็นดีเห็นงามด้วยอย่างนั้นหรือ

ดังประโยคที่ว่า “ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง”ซึ่งความหมายก็คือ การที่อีกฝ่ายมาสานสัมพันธ์ถึงอีกคน ถ้าคนมันไม่สนใจซะอย่าง สัมพันธ์ที่สานมันก็ไม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้หรอก ดังเช่นในกรณีคบกิ๊กก็เช่นกัน

ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่ามีตัวจริงอยู่แล้ว ยังคิดหาเหาใส่หัวไปสานสัมพันธ์กับคนอื่น อีกคนก็ใช่ย่อยไปยุ่งกับคนที่มีตัวจริงอยู่แล้ว เห็นอะไรแบบนี้แล้วก็ได้แต่สงสัย

ว่ามันสนุกตรงไหน แอบคบกันก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ

แล้วไปเจอคนใหม่ ทำไมไม่เลิกกับคนเก่าให้แล้วเสร็จก่อน

ถ้าคิดมีกิ๊ก จะกั๊กทำไม

คิดไปคิดมาก็ได้คำตอบสั้น ๆ ว่าอ๋อ เห็นแก่ตัว