“วานนี้ที่สุขุมวิท”

หลายวันก่อนได้มีโอกาสไปกินอาหารกลางวันที่ ร้านอาหาร “ต้นเครื่อง” ที่แต่เดิมอยู่ในซอยทองหล่อ 13 เป็นร้านที่อยู่คู่กับซอยทองหล่อมากว่า 30 ปี ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 49 หรือที่คนอายุ 35 ปีขึ้นไปจะเรียกซอยนี้ว่า “ซอยกลาง” การได้กลับไปกินร้าน “ต้นเครื่อง” ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารที่ยังคงรสชาติได้ใกล้เคียงกับวันวาน และทุกโต๊ะในร้านวันนั้นเกือบทุกโต๊ะยังคงสั่ง ห่อหมก ที่เสิร์ฟมาในถาดขนมครก ขณะที่บทสนทนาบนโต๊ะของผู้เขียนนั้นหัวข้อสำคัญคือการการรำลึกถึงคืนวันในอดีต กับซอยทองหล่อ หรือ สุขุมวิท 55 รวมไปถึงซอยใกล้เคียงบนถนนสุขุมวิท ที่ค่อนไปทางตอนปลาย

เขียนโปรยมาเสียยืดยาวก็เพื่อจะนำคุณผู้อ่านมาที่สู่หนังสือที่มีชื่อว่า “วานนี้ที่สุขุมวิท” ของ อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และ วัฒนธรรม รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้อาจารย์ธงทองเขียนถึงชีวิตในวัยเยาว์ของอาจารย์ กับ บ้านที่ซอยกล้วยใต้ ซึ่งเชื่อมต่อมายังถนนสุขุมวิท 40 เล่าย้อนถึงวันวานของถนนสุขุมวิท ในอดีตเมื่อเกือบหกสิบปีก่อนที่ คนในปัจจุบันอาจนึกภาพไม่ออก

อาจารย์ธงทอง ย้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของถนนสุขุมวิท เอาไว้ว่า 

“ถนนสุขุมวิทมีจุดเริ่มต้นมาจากปลายถนนเพลินจิตมีจุดกำเนิดตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 6 เพื่อใช้เป็นเส้นทางมาจากโรงเรียน “กุลสตรีวังหลัง” ที่ย้ายมาจากนนทบุรี ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “วัฒนาวิทยาลัย” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ทางราชการได้ขยายถนนเส้นนี้ต่อไปจนถึงจังหวัดสมุทรปราการ หรือ ปากน้ำ และ เชื่อมต่อไปยังจังหวัดชลบุรี จันทบุรี และ ตราด

ชื่อถนนสุขุมวิท นี้นำมาจากราชทินนามตอนท้ายของพระพิศาลสุขุมวิท (ประสพ สุขุม) บุตรชายของ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) คุณพระพิศาลฯ เป็นอธิบดีกรมทางหลวงผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เมื่อสร้างถนนเสร็จในปี 2493 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นได้ขนานนามถนนเส้นนี้ว่า ถนนสุขุมวิท”

 หลายคนอาจไม่รู้ว่า สวนเบญจศิริ แต่เดิมนั้นคือที่ตั้งของกรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์การค้าหรูหราที่อยู่ใกล้กับสวนเบญจศิริ นั้นแต่เดิมเคยเป็นบ้านที่อยู่อาศัยหลายหลังที่สุดท้ายต้องเปลี่ยนไปจากนักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ และจริตที่นักพัฒนาที่ดินใช้เรียน พระโขนงว่า สุขุมวิท71 อาจทำให้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้รู้สึกแปร่งหู เพราะถ้าพูดถึงพระโขนง ก็จะหมายถึงตลาดขนาดใหญ่ที่เรียกติดปากว่าตลาดพระโขนง รวมไปถึงโรงภาพยนตร์สองโรงในตลาด แต่ปัจจุบันภาพทั้งหมดนี้หายไปแล้วและกลายเป็นคอนโดมิเนียม และห้างสรรพสินค้าแทน

การได้อ่าน “วานนี้ที่สุขุมวิท” ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อ่านหนังสือ แต่เหมือนได้ฟังเสียงอาจารย์ธงทอง มาเล่าเรื่องในอดีตของถนนที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ให้ฟังแล้วคนฟังก็ได้แต่ทำตาโต ไปพร้อมกับเรื่องเล่า ขณะเดียวกันก็ได้เห็นสัจธรรมของคำว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ ว่าเป็นเรื่องจริงแท้และแน่นอน หนังสือเล่มนี้คนที่รู้จักถนนสุขุมวิท ใช้ชีวิตอยู่บนถนนเส้นนี้ หรือ เคยเดินทางผ่านมายังถนนเส้นนี้ ต้องลองไปหามาอ่านกันค่ะ เพราะตลอดทั้งเล่มมีเรื่องที่น่าจะทำให้คุณแอบยิ้ม หรือ หัวเราะกันได้เลยทีเดียว